พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ในช่วงที่ผ่านมา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ให้ความสําคัญกับการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการกระทําความผิดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยดําเนินการอย่างครอบคลุมทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกัน การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหาย ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและระดับสากล พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนในประเด็นการป้องกันการค้ามนุษย์
ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ รายงานผลการดําเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจําปี 2568 พบว่ามีคดีค้ามนุษย์รวมทั้งสิ้น 279 คดี มีการออกหมายจับและดําเนินคดีกับผู้ต้องหา 366 ราย และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 317 ราย เมื่อจําแนกตามรูปแบบการกระทําความผิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นคดีแสวงหาประโยชน์ทางเพศ จํานวน 246 คดี รองลงมาคือคดีบังคับใช้แรงงาน จํานวน 33 คดี ซึ่งในจํานวนนี้รวมถึงการบังคับใช้แรงงานในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือสแกมเมอร์ จํานวน 15 คดี โดยประเด็นที่น่าห่วงใยคือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน จํานวนถึง 213 ราย
นอกจากนี้ สถิติในปี 2568 ยังสะท้อนถึงภัยคุกคามทางอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีคดีค้ามนุษย์ที่กระทําผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 170 คดี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการก่ออาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น
รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าว สํานักงานตํารวจแห่งชาติจะมุ่งเน้นการดําเนินการเชิงรุกในประเด็นสําคัญ ได้แก่ การปราบปรามคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การข่มขู่ทางเพศ (Sextortion) การค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ในภาคประมง ตลอดจนการกระทําความผิดผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ป้องกันไม่ให้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ
พร้อมกันนี้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติยังคงให้ความสําคัญกับการดําเนินการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) อย่างเคร่งครัด เพื่อคัดแยกผู้กระทําความผิดออกจากผู้เสียหาย และคุ้มครองดูแลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจถูกหลอกลวงไปทํางานในประเทศเพื่อนบ้านและถูกบังคับให้กระทําความผิด
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติจะยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้เสียหายตามหลักสากล และการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ ความเข้าใจให้แก่ข้าราชการตํารวจผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการดําเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติต่อไป




