รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงวันที่ 6 ของการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง บาดเจ็บ 188 ราย เสียชีวิต 27 ราย ภาพรวมต่ํากว่าช่วงรณรงค์เทศกาลปีใหม่ 2568 สาเหตุหลักยังเป็นขับรถเร็วเกินกําหนด ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงคือไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เผย กระทรวงสาธารณสุขใช้เทคโนโลยี NDEMS สามารถระบุพิกัดพร้อม VDO ให้คําแนะนําการช่วยเหลือเบื้องต้น ทําให้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันท่วงที ย้ําผู้ขับขี่หากมีสัญญาณเตือนความง่วงให้หยุดพักทันที ป้องกันอุบัติเหตุรุนแรงจากการหลับใน และใช้อุปกรณ์นิรภัยขณะขับขี่ช่วยลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต

วันนี้ (4 มกราคม 2569) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสรุปผลการดําเนินงานของศูนย์อํานวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 (30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569) ว่า วันที่ 3 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการดําเนินงาน ภาพรวม 70 จังหวัด ยกเว้น 7 จังหวัดชายแดนไทย- กัมพูชา (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด) เกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บเข้ารักษาพยาบาล 188 ราย ผู้เสียชีวิต 27 ราย ภาพรวมตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 3 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุสะสม 1,185 ครั้ง ผู้บาดเจ็บที่เข้ารักษาพยาบาลสะสม 1,141 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 207 ราย ซึ่งลดลงจากปี 2568 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ภูเก็ต พัทลุง และเชียงราย/ลําปาง โดยสาเหตุหลักยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกําหนด ร้อยละ 33.51 รองลงมา ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 22.51 และดื่มแล้วขับ ร้อยละ 14.66 ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงที่พบมากที่สุดคือ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย รองลงมา ขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ/ตัดหน้ากระชั้นชิด 

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า กระทวงสาธารณสุข ได้ร่วมดูแลผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยขับเคลื่อนมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มข้น ผ่านกลไกระดับจังหวัด และทํางานร่วมกับด่านชุมชน เพื่อสกัดพฤติกรรมดื่มแล้วขับ รวมทั้งสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายโดยโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ดําเนินการเจาะเลือดวัดระดับแอลกอฮอล์และรายงานผลภายใน 24-48 ชั่วโมง ส่วนการขยายเวลาจําหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้มีระบบจัดเก็บและรายงานข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสาเหตุที่ผู้ขับขี่ดื่มแล้วขับ ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลที่ระบุชั่วโมงที่เกิดเหตุได้ พบว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 มีอัตราดื่มแล้วขับในช่วงกลางวันสูงกว่าช่วงที่ไม่ใช่วันหยุดเทศกาล แต่เมื่อเทียบเดือนธันวาคม 2567 กับเดือนธันวาคม 2568 ไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ อย่างไรก็ตาม จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องต่อไป ด้านการตอบสนองหลังการเกิดอุบัติเหตุ ได้นําเทคโนโลยี NDEMS มาใช้ ซึ่งมีระบบรับแจ้งเหตุที่สามารถระบุพิกัด และ VDO ให้คําแนะนําการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเบื้องต้นทําให้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันท่วงที โดยช่วง 6 วันที่ผ่านมา มีผู้ใช้งาน NDEMS 10,703 ครั้ง ใช้ระบบ SMS 4,251 ครั้ง และ VDO call 2,508 ครั้ง รวมทั้งยังได้วิเคราะห์ข้อมูลจุดเกิดเหตุ เพื่อวางตําแหน่งรถกู้ชีพ กู้ภัย และจัดเตรียมทรัพยากรในโรงพยาบาลให้เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังสื่อสารรณรงค์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในที่ทําให้เกิดความรุนแรงสูง เนื่องจากไม่สามารถควบคุมยานพาหนะได้ ทําให้เกิดการชนโดยตรงหรือข้ามเลน โดยย้ําให้ผู้ขับขี่สังเกตสัญญาณเตือนของความง่วง เช่น หนังตาตก เหม่อลอย หรือจําเส้นทางที่ผ่านมาไม่ได้ หากมีอาการแม้เพียงเล็กน้อย ให้หยุดพักหลับประมาณ 15 นาที เพื่อให้ร่างกายสดชื่นและสามารถขับรถต่อไปได้ รวมทั้งสวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัยและใช้ที่นั่งนิรภัยในเด็ก ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและลดการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุได้