ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมหญิงชาวไทยซึ่งเป็นมารดาแท้ ๆ หลังล่อลวงบุตรสาววัย 12 ปี ไปทํางานนวดแฝงบริการทางเพศที่ประเทศญี่ปุ่น
พลตํารวจโทสุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และรองผู้อํานวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตํารวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง และ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร่วมกันแถลงผลการดําเนินคดี ผู้ต้องหาคือ นางสาวลักษณาฯ อายุ 29 ปี ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญา บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน และค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
พฤติการณ์คดีสืบเนื่องจาก ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ช่วยเหลือเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) ซึ่งถูกมารดาพาเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างว่าให้ไปช่วยเลี้ยงน้องชายวัย 8 เดือน ในช่วงปิดภาคเรียน แต่ภายหลังกลับถูกส่งไปทํางานนวดแฝงบริการทางเพศในกรุงโตเกียว
ต่อมา เด็กหญิงเอสามารถหลบหนีออกจากสถานที่ดังกล่าว และเข้าขอความช่วยเหลือจากสํานักงานตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว จนนําไปสู่การประสานงานระหว่างตํารวจไทย ญี่ปุ่น และไต้หวัน เพื่อช่วยเหลือเหยื่อและดําเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
จากการสืบสวนพบว่า รายได้จากการกระทําความผิดถูกโอนผ่านบัญชีในต่างประเทศ ก่อนแปลงเป็นเงินไทยและโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ต้องหาในประเทศไทย ถือเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากบุตรสาวของตนเอง
ในส่วนของประเทศไทย กองกํากับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน จนศาลอนุมัติหมายจับและสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้สําเร็จ
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยคดีนี้เข้าข่ายความผิดนอกราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยมีอํานาจดําเนินคดี โดยมีอัตราโทษจําคุกตั้งแต่ 8 ถึง 20 ปี หรือสูงกว่ากฎหมายของประเทศที่ผู้ต้องหากระทําความผิด ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจและคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กหญิงผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด




