WWA สรุปผลการศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้ภัยพิบัติในเอเชียทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะฝนตกหนักที่นําไปสู่อุทกภัยและดินถล่มในหลายประเทศ คร่าชีวิตกว่า 1,600 คน
สํานักข่าวเอพี รายงานผลการศึกษาเร่งด่วนที่จัดทําโดย World Weather Attribution(WWA)เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ที่ทํางานวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง ว่า อุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้เกิดฝนตกหนักจนนําไปสู่อุทกภัยและดินถล่มร้ายแรงทั่วเอเชียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
การวิเคราะห์ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ฝนตกหนักจากพายุไซโคลนเซนยาร์ และดิตวะห์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และศรีลังกา เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา โดยพบว่าอุณหภูมิผิวน้ําทะเลในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา 0.2 องศาเซลเซียส ส่งผลให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น
ผลกระทบจากพายุดังกล่าวทําให้เกิดน้ําท่วมและดินถล่มรุนแรง คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1,600 คน มีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง
การวิเคราะห์ยังระบุว่า การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ความหนาแน่นของประชากรที่สูง และโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ราบลุ่มน้ําท่วมถึง เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่ออุทกภัยในประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยกลุ่มประชาชนที่เปราะบางจะได้รับผลกระทบรุนแรงและต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานที่สุด




