กองทัพไทยย้ําจุดยืนตอบโต้เขมรตามสัดส่วน ไม่เกินเหตุ แยกเป้าหมายการโจมตีทางการทหารออกจากกประชาชนชัดเจน ต่างจากเขมรใช้อาวุธหวังทําลายทรัยพ์สินประชาชน-ละเมิดกฎสิทธิมนุษยชน

10 ธ.ค.2568 - ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา โดย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสรุปสถานการณ์ภาพรวม เหตุการณ์ปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชา โดยได้ย้ําถึงจุดยืน 5 ข้อของประเทศไทย ได้แก่ 1. ประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายริเริ่มในการรุกรานหรือการปฏิบัติการทางทหาร หากแต่เป็นฝ่ายกัมพูชาที่เป็นผู้ริเริ่มในการรุกรานเข้ามามายังประเทศไทยทําให้ประเทศไทยต้องกระทําการปกป้องอธิปไตยของตัวเอง 2. ในการปฏิบัติการทางการทหารที่ผ่านมา ประเทศไทยดําเนินการอยู่ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ โดยยึดสิทธิในการป้องกันตนเอง 3. พลเรือนต้องปลอดภัยเป็นเป้าหมายสูงสุด 4. การดําเนินการครั้งนี้ของทัพไทย เป็นทางเลือกสุดท้ายในการปฏิบัติการ ไม่ใช่ทางเลือกแรก 5.ประเทศไทยยึดถือสันติภาพ แต่จะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดอธิปไตย โดยใช้กําลังเท่าที่จําเป็นและได้สัดส่วน ไม่เกินกว่าเหตุ ที่สําคัญการ คือการแยกแยะเป้าหมายทางทหารทและพลเรือน ซึ่งต่างจากรูปแบบการโจมตีของฝ่ายกัมพูชาที่ใช้อาวุธที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน

นอกจากนี้ ทางกองทัพยังมุ่งปกป้องอธิปไตยของไทย ไม่ให้เกิดการรุกราน และต้องการลิดลอนขีดความสามารถของกองกําลังฝ่ายกัมพูชาไม่ให้สามารถโจมตียังเป้าหมายของไทยได้ โดยให้ความสําคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชน และจะพยายามลดผลกระทบต่อพลเรือนให้มากที่สุด พร้อมได้เน้นย้ําว่า ประเทศไทยต้องการสันติภาพ แต่ต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนเป็นสําคัญ

ส่วนสถานการณ์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีการปะทะตลอดแนวชายแดน 7 จังหวัด โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าเหตุการณ์ปะทะทั้งหมดส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน จนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิง กว่า 400,000 คน และมีนักเรียน นักศึกษา ที่ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ เนื่องจากสถานศึกษาต้องปิดหารเรียนการสอน เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนกว่า 700 แห่ง ซึ่งในการปฏิบัติงานของกองทัพ ก็ได้ส่งหน่วยตํารวจไปพิทักษ์รักษาทรัพย์สินของประชาชนที่จําเป็นต้องอพยพจากพื้นที่ รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่ชาวบ้านจําเป็นต้องทิ้งไว้เบื้องหลังด้วย

ขณะที่ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนภายหลังการแถลงข่าวว่า ในส่วนของยอดกําลังพลทหารที่ผู้เสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากสถานการณ์อยู่ระหว่างการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง บางคนอยู่ในสถานะผู้บาดเจ็บ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รายงานยอดอย่างเป็นทางการก่อน เพราะนี่ถือเป็นเรื่องของขวัญกําลังใจของกําลังพลด้วย

ส่วนเรื่องของสรรพกําลังของกัมพูชาที่ถูกทหารทําลายไปมากน้อยเท่าไหร่นั้น ขณะนี้ยังตอบได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าฝั่งของกัมพูชา มีการซุกซ่อนอาวุธสรรพกําลังไว้ที่ไหนบ้าง แต่ทหารไทยก็มีการทําลาย ฐานทัพตามสัดส่วนและความจําเป็น ไม่เกินกว่าเหตุ เพื่อป้องกันการถูกรุกราน