ตํารวจไซเบอร์ เตือนภัยซ้ําเติมทุกข์! มิจฉาชีพฉวยวิกฤตน้ําท่วม หลอกขาย "ของทิพย์" - ระบาด "พัสดุเก็บเงินปลายทาง" ที่ไม่ได้สั่ง แนะวิธีเช็กให้ชัวร์ก่อนโอน-ก่อนรับของ ป้องกันสูญเงินฟรีในช่วงลําบาก หากพลาดท่าแจ้งความออนไลน์ได้ทันที

เพจเฟสบุ๊ก "ตํารวจไซเบอร์ – บช.สอท." ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์อุทกภัย เพื่อหลอกลวงทรัพย์สินซ้ําเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย  โดยมิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงเพื่อหากินบนความเดือดร้อนของประชาชน พบการกระทําผิด 2 รูปแบบหลักที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนี้:

 1. กลโกง  การหลอกขายสินค้าจําเป็น "ขายอุปกรณ์หนีน้ําทิพย์" (แต่ไม่มีสินค้าจริง)
มิจฉาชีพมักประกาศขายสินค้าที่มีความจําเป็นเร่งด่วน เช่น เรือพาย, เครื่องสูบน้ํา, เครื่องปั่นไฟ, รองเท้าบูท หรือกระสอบทราย

  • พฤติการณ์: ตั้งราคาขายถูกกว่าท้องตลาด อ้างว่าเป็นสินค้าหลุด QC หรืออ้างว่า "เหลือล็อตสุดท้าย" เพื่อเร่งรัดให้เหยื่อรีบตัดสินใจโอนเงินมัดจําหรือโอนเต็มจํานวน แต่เมื่อโอนเงินแล้วกลับปิดเพจหนี บล็อกการติดต่อ หรือส่งสินค้าไม่ตรงปก (เช่น ก้อนหิน) มาแทน

 2. กลโกง "พัสดุเก็บเงินปลายทาง (COD) ยัดไส้"
เป็นการส่งสินค้ามายังบ้านผู้ประสบภัยโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สั่งซื้อ

  • พฤติการณ์: จ่าหน้ากล่องระบุว่าเป็นอุปกรณ์ซ่อมแซมเร่งด่วน หรืออะไหล่ปั๊มน้ํา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมักเรียกเก็บเงินปลายทางในยอดที่ไม่สูงมาก (หลักร้อย) ทําให้คนในบ้านหรือผู้สูงอายุที่รับของแทน เข้าใจผิดยอมจ่ายเงินไปเพราะคิดว่าเป็นของจําเป็นที่ลูกหลานสั่งไว้

 แนวทางป้องกัน "เช็กให้ชัวร์ ก่อนโอน-ก่อนรับ"

  1. ตรวจสอบร้านค้า: ดูรีวิวที่เป็นปัจจุบันที่สุด (ระวังหน้าร้าปลอม/รีวิวหน้าม้า)
  2. ขอดูของจริง: หากไม่มั่นใจ ให้ขอวิดีโอคอล (Video Call) เพื่อดูสินค้าจริงพร้อมหน้าผู้ขายก่อนโอนเงิน
  3. สื่อสารคนในบ้าน: สอบถามสมาชิกในครอบครัวทุกครั้งว่ามีการสั่งของเก็บเงินปลายทางหรือไม่ หากไม่มีใครสั่ง ให้ปฏิเสธการรับทันที
  4. หลักฐานต้องพร้อม: ควรถ่ายวิดีโอขณะเปิดกล่องพัสดุทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากสินค้ามีปัญหา

 ช่องทางแจ้งเหตุ:
หากตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสอบถามขอคําปรึกษาที่ สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง