ตร.ขยายผลคดี “วัดพระบาทน้ําพุ” ยึดทรัพย์กว่า 10,000 ล้าน พบเส้นเงินแปลงสภาพบริจาคผ่านมือบุคคลหลายชั้น จ่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 4–5 ราย

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 - ตํารวจสอบสวนกลางเดินหน้าขับเคลื่อนการสืบสวนคดีทุจริตเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ําพุอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดโฉนดที่ดินกว่า 400 ฉบับ และหนังสือเอกสารสิทธิ์ในที่ดินอีก 389 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 7,200 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาและเครือข่ายที่นําทรัพย์สินของวัดไปแปลงสภาพและถือครองโดยมิชอบ

การสืบสวนของตํารวจพบว่า เงินบริจาคจํานวนหนึ่งถูกนําไปหมุนเวียนปล่อยกู้ผ่านบุคคลหลายราย รวมวงเงินมากกว่า 200 ล้านบาท โดยมีทั้งบุคคลทั่วไป ผู้อํานวยการสถานศึกษา และนักธุรกิจเอกชนที่ทําธุรกิจด้านเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีเส้นเงินที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมรวมกว่า 90 ล้านบาท เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับฟอกเงิน หรือความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 147 และ 157 หรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่ถูกโอนต่อและยังไม่ถูกนํามาคืนให้ทางราชการ จึงขอให้ผู้ที่ครอบครองทรัพย์สินซึ่งมีที่มาจากเงินบริจาคของวัด นําส่งคืนต่อเจ้าหน้าที่โดยเร็ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุว่า จากการตรวจสอบประเด็นทั้งหมด 24 ประเด็นที่ตั้งไว้ พบว่ายังคงเหลือ 4 ประเด็นสําคัญที่ต้องสืบสวนต่อ ได้แก่ ความไม่ตรงกันของข้อมูลบัตรประชาชนและใบสุทธิของอดีตพระอลงกต ,
การตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ถูกนําไปปล่อยกู้ , การตรวจสอบเงินกู้ของผู้อํานวยการโรงเรียนและนักธุรกิจ , การวิเคราะห์เส้นเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน  นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 4–5 คน ซึ่งคาดว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดอดีตเจ้าอาวาส

ทางด้าน ป.ป.ท. เปิดเผยว่า มีการพบการแปลงสภาพทรัพย์สินวัดและนําไปกระจายให้บุคคลทั่วไปถือครอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสํานักงานตํารวจแห่งชาติและสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เพิ่มมาตรการกํากับดูแลวัดทั่วประเทศให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยเน้นการตรวจสอบบัญชีและระบบบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต