กองทัพบกย้ําความห่วงใยกําลังพลแนวหน้า “ผู้ช่วย ผบ.ทบ.” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชายแดนไทย–กัมพูชา เสริมขวัญกําลังใจและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ

กองทัพบก ยังคงเดินหน้าดูแลขวัญกําลังใจและความเป็นอยู่ของกําลังพลแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางลงพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 ตามนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อเยี่ยมเยียน รับฟังปัญหา และให้กําลังใจแก่กําลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งยังคงมีความเคลื่อนไหวและความท้าทายด้านความมั่นคงในหลายมิติ

ภารกิจครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างขวัญกําลังใจแก่เจ้าหน้าที่แนวหน้า พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเขตชายแดนที่มีการปฏิบัติร่วมระหว่างหน่วยงานไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน

ในช่วงเช้า พล.อ.อมฤต และคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ณ มณฑลทหารบกที่ 22 จังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับผลการปฏิบัติภารกิจในห้วงที่ผ่านมา ทั้งด้านการจัดการกําลังพล สิทธิและสวัสดิการ ตลอดจนการดูแลครอบครัวของกําลังพลที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

โอกาสนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ําให้ทุกหน่วยให้ความสําคัญกับการดูแลสวัสดิการของกําลังพลทุกระดับ โดยเฉพาะนายทหารชั้นประทวนและทหารกองประจําการ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง อันจะนําไปสู่ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

ต่อมา พล.อ.อมฤต พร้อมคณะได้เดินทางไปเยี่ยมกําลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อแสดงความห่วงใย ให้กําลังใจ และมอบของบํารุงขวัญแก่ผู้ป่วย พร้อมชื่นชมในความเสียสละและความเข้มแข็งของทหารทุกนายที่ยืนหยัดทําหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

ในช่วงบ่าย ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ลงพื้นที่ตามฐานปฏิบัติการชายแดน เพื่อตรวจเยี่ยมสภาพความเป็นอยู่ ที่พัก การประกอบเลี้ยง ระบบสื่อสาร และสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมให้โอวาทแก่กําลังพลและมอบสิ่งของบํารุงขวัญ

พล.อ.อมฤต กล่าวขอบคุณและชื่นชมกําลังพลทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละและจิตสํานึกในหน้าที่ พร้อมกําชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ดูแลสุขภาพกาย–ใจของกําลังพล และรักษามาตรฐานสุขาภิบาลในค่ายทหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกนายมีขวัญกําลังใจที่ดี พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องประเทศชาติอย่างมั่นคง