กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 7 เตือน อิทธิพล พายุ “เฟิงเฉิน” มรสุมกระหน่ํา ฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตราย น้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และน้ําล้นตลิ่ง

วันที่ 21 ต.ค.2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เรื่อง พายุ “เฟิงเฉิน” ฉบับที่ 7 (298/2568) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (21 ต.ค. 68) พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.4 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกําลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้มีแนวโน้มจะทวีกําลังแรงขึ้นอีกและจะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลํา ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกําลังลงอย่างรวดเร็วตามลําดับ เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

จากอิทธิพลของพายุ “เฟิงเฉิน” ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค. 68 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สําหรับภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีร่องมรสุมกําลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และน้ําล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ําไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ําท่วมขัง

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันจะมีกําลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดและสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พยากรณ์อากาศสําหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ  อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก และกําแพงเพชร
อุณหภูมิต่ําสุด 20-23 องศาเซลเซียส   อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1–2 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิต่ําสุด 20-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง  มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม 
อุณหภูมิต่ําสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก  มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด 
อุณหภูมิต่ําสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส    
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)  มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง 
สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอุณหภูมิต่ําสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)  มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ําสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียสทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล  มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ 
อุณหภูมิต่ําสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส