สศช.เผย คนจนไทยปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 3.43 ล้านคน หรือ 4.89% ของประชากร ขยายตัวจากปีก่อน – แม่ฮ่องสอนครองแชมป์สัดส่วนคนจนสูงสุด 25.69%

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ําของประเทศไทยปี 2567 พบว่า จํานวนคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 3.43 ล้านคน คิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งหมด สูงขึ้นจากปี 2566 ที่อยู่ในระดับ 3.41%

การคํานวณใช้ เส้นความยากจน ซึ่งสะท้อนค่าใช้จ่ายขั้นต่ําที่ครัวเรือนจําเป็นต้องมีเพื่อดํารงชีวิต โดยปีนี้ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิม 3,043 บาทต่อคนต่อเดือน  ในส่วนของ 10 จังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุด ได้แก่  แม่ฮ่องสอน 25.69%  , ยะลา 25.41%  , ปัตตานี 25.39%  , นราธิวาส 21.07%  ,
อุบลราชธานี 20.34%  , สระแก้ว 16.00%  , พัทลุง 15.74% , ศรีสะเกษ 14.08% , เชียงราย 13.69% , 
ตาก 13.37%

โดยเฉพาะ แม่ฮ่องสอนและปัตตานี เป็นพื้นที่ที่เผชิญปัญหาความยากจนเรื้อรังมานานกว่า 15 ปี และยังมีอีกหลายจังหวัดชายแดนทั้งภาคเหนือ–ใต้ ที่มักติดอันดับสูงสุดทุกปี  เมื่อวิเคราะห์ตามภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือมีสัดส่วนคนจน 5.75%, ภาคอีสาน 6.56%, และ ภาคใต้สูงสุด 9.43% ขณะที่กรุงเทพฯ และภาคกลางยังคงได้เปรียบจากการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเป็นฐานแรงงานภาคบริการสมัยใหม่และอุตสาหกรรมหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC

สศช. ระบุว่า แม้ภาครัฐมีการออกมาตรการช่วยเหลือหลายด้าน แต่ยังพบช่องว่างสําคัญ เช่น โครงการไม่สอดคล้องกับความต้องการของครัวเรือนยากจนที่มีภาระสูง , การออกแบบนโยบายไม่สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจและความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ , ขาดการประเมินผลโครงการอย่างต่อเนื่อง , มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรยังเป็นเพียงการบรรเทาระยะสั้น ไม่ได้สร้างรายได้ที่มั่นคง 

รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า ความเหลื่อมล้ําเชิงโครงสร้างยังคงเป็นอุปสรรคสําคัญ ที่ทําให้หลายพื้นที่ของไทยติดอยู่ในวงจรความยากจนเรื้อรัง