สุภาษิตยอดฮิต คู่ชีวิตคนรักงาน แน่นอนว่าต้องเป็น "งานหนักไม่เคยฆ่าคน" แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกในปี 2021 และจากงานวิจัยที่เรานำมาเสนอในบทความนี้อาจทำให้หลายคนเปลี่ยนความคิดได้เลย เพราะว่า งานที่หนักมากเกินไปนั้นฆ่าคนได้!   ทำงานหนักเสี่ยงดับมากกว่าปกติ  วารสาร Environment International รายงานว่าชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานทำให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก (stroke) และโรคหัวใจขาดเลือด (ischemic heart disease) ถึง 745,000 รายในปี 2559 เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ปี 2543 นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ยังพบว่า กลุ่มคนทำงานหลายชั่วโมง (≥55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดประมาณ 35% และมีความเสี่ยงที่สูงขึ้นในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด 17% เมื่อเทียบกับคนทำงานตามชั่วโมงมาตรฐาน (35–40 ชั่วโมง/สัปดาห์) อีกด้วย     ปัจจุบัน พบว่าจำนวนคนทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงเพิ่มสูงขึ้น คิดเป็น 9% ของประชากรทั่วโลก มักพบคนทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงในคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะประเทศจีน ญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ 72% ของการเสียชีวิตเกิดขึ้นกับเพศชาย คนงานวัยกลางคน หรือผู้สูงอายุ อายุระหว่าง 60- 74 ปี ซึ่งทำงานเกินกว่า 55 ชั่วโมงขึ้นไปต่อสัปดาห์ จากแนวโน้มดังกล่าว จะเห็นได้ว่าประชากรโลกจำนวนไม่น้อยเลยที่เสี่ยงต่อความพิการจากการทำงาน และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหนัก    การทำงานหนักนั้นไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับการเกิดโรค หากแต่การทำงานหนักทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "โรคจากความเครียด (work-related stress)" ซึ่งเป็นคำที่ถูกนิยามโดย European Agreement ในปี 2004 ว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของร่างกาย และจิตใจอันเป็นผลมาจากความรู้สึกที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความคาดหวัง และความต้องการที่มีต่อตนเองได้ จนทำให้เกิดความเครียด และแสดงออกในรูปแบบดังต่อไปนี้ - ภาวะอารมณ์แปรปรวนบ่อยครั้ง - นอนไม่หลับ - ไมเกรน - ภาวะซึมเศร้า - หงุดหงิด  - ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และอื่นๆ  - ไม่สามารถจดจ่อ หรือมีสมาธิ - มีปัญหาด้านความจำ  การเกิดภาวะตามที่กล่าวไปข้างต้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความเครียดระยะยาว โดย Dr. Alan Yang จากสถาบัน Stanford Cardiovascular Health นั้นก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเครียดจากการทำงานหนักว่าเป็นความเครียดระยะยาว ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่า เพราะความเครียดระยะยาว เป็นบ่อเกิดของโรคความดัน คลอเลสเตอรอล และอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มสูงขึ้น สิ่งนี้ทำให้เพิ่มความเสี่ยงของโรคในระบบหลอดเลือด และหัวใจตามมา   ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใส่ใจตนเองให้มากกว่างาน ลองตัดขาดจากงานบ้าง เช่น ถ้าหากคุณควบคุมตารางเวลาได้ ให้เพิ่มเวลาพักระหว่างการนัดหมาย หรือการประชุม หาเวลากินข้าวกลางวัน เดินเล่น ทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลัง หรือแม้แต่ทำสมาธิเพียงชั่วครู่ เพื่อผ่อนคลาย ขั้นตอนที่ดูเหมือนเล็กน้อยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณผ่อนคลายความเครียด แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคุณในระยะยาวอีกด้วย ที่สำคัญยังไม่ทำให้งานหนักหันกลับมาฆ่าเราอีกด้วย    ขอบคุณข้อมูลจาก https:www.who.int/news/item/17-05-2021-long-working-hours-increasing-deaths-from-heart-disease-and-stroke-who-ilo https:www.mdpi.com/1660-4601/20/1/884 https:time.com/4972787/death-overwork-japan-heart-stress/