ตํารวจสอบสวนกลางเดินหน้าเต็มกําลัง ตรวจสอบความผิดปกติทางการเงินในวัดดัง 2 แห่ง ทั้งคดีวัดบางคลาน จ.พิจิตร ที่ยืดเยื้อกว่า 10 ปี พบเงินหายกว่า 35 ล้านบาท เส้นเงินโยงถึงกลุ่มอํานาจเก่า และคดีพระวัดดังปทุมธานี โอนเงินวัด 12.2 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา พบผู้เกี่ยวข้อง 9 ราย
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับวัด 2 คดีสําคัญพร้อมกัน โดยยืนยันว่าจะดําเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างความโปร่งใส
สําหรับกรณีความขัดแย้งภายในวัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) จ.พิจิตร ซึ่งเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี ตํารวจสอบสวนกลางได้ตัดสินใจรื้อคดีกลับมาดําเนินการอีกครั้ง หลังพบความผิดปกติทางการเงินครั้งใหญ่ โดยแต่งตั้งรองเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรเข้ารับตําแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสคนใหม่ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และอํานวยความสะดวกในการตรวจสอบ
จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบเส้นทางการเงินที่น่าสงสัย โดยพบว่าเงินบริจาคไม่ได้เข้าบัญชีวัด แต่กลับถูกโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอํานาจเก่าในวัด เมื่อตรวจสอบย้อนหลัง 10 ปี พบว่าเงินของวัดได้หายไปจากบัญชีกว่า 35 ล้านบาท จากยอดเงินทั้งหมดกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามเส้นทางเงินทั้งหมด หากผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ จะถูกดําเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมยืนยันว่ากลุ่มผู้มีอิทธิพลดังกล่าวเป็นเครือญาติของพระในวัด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอดีต ส.ว. แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระวัดดังแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ที่โอนเงินวัดจํานวน 12.2 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี โดยคดีนี้มีความซับซ้อนเพราะมีผู้เกี่ยวข้องรวม 9 คน ประกอบด้วยพระ 1 รูป และบุคคลอื่นอีก 8 คน
คดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระรูปดังกล่าวฟ้องร้องทางแพ่ง เพื่อเรียกเงินคืนจากสีกาเป็นเงิน 13 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ฝ่ายสีกาได้เข้าปรึกษาทนายอนันต์ชัย ไชยเดช และแจ้งความกลับ หลังทราบว่าเงินจํานวนดังกล่าวเป็นเงินของวัด ขณะนี้ตํารวจกองปราบปรามกําลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด โดยมีหลักฐานที่ทนายอนันต์ชัยนํามาเปิดเผยเป็นข้อมูลสําคัญ ซึ่งอาจนําไปสู่การดําเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด




