สูงวัย สุขใจด้วยประกันชีวิตแบบบำนาญ
ชีวิตหลังเกษียณถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญเช่นกัน การที่ชาวสูงวัยจะเกษียณด้วยความสุขกายสบายใจ มีเงินใช้จ่ายตามต้องการถึงแม้จะไม่มีรายได้จากการทำงานอีกต่อไปนั้นสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือการมี “สุขภาพทางการเงิน” ที่ดี ดังนั้นการออมเงินในช่วงวัยก่อนเกษียณและศึกษาแนวทางลงทุนเพื่อการเกษียณอายุจึงจำเป็นอย่างยิ่งชีวิตหลังเกษียณต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ?
ข้อเท็จจริงจากการสำรวจของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในงานเขียนเรื่อง ‘วางแผนเกษียณ’ และแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 กลับพบข้อมูลตรงกันว่าคนไทยส่วนใหญ่ “ใช้ชีวิตบนความเสี่ยงเพราะไม่มีเงินออมสำรองเอาไว้” โดยผู้สูงอายุ 53% หรือจำนวนมากกว่า 4 ล้านคนนั้นมีเงินออมไม่ถึง 2 แสนบาท การที่เราจะรู้ได้ว่าเรามีเงินพอใช้ในวัยเกษียณเพียงพอหรือไม่นั้นมีคำตอบที่หลากหลายมาก แตกต่างกันไปแล้วแต่ความต้องการหรือไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบไว้ของแต่ละคน โดยเงินออมเพื่อการเกษียณเบื้องต้นสามารถประเมินเบื้องต้นจากการคำนวณให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายสุขภาพ เบี้ยประกันชีวิต ค่าตรวจสุขภาพ ค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข ฯลฯ และนำค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณมาคำนวณกับจำนวนปีที่เตรียมไว้หลังเกษียณ หรือสามารถลองคำนวณอย่างละเอียดโดยใช้โปรแกรมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ทำไมต้องวางแผนเกษียณก่อนเกษียณ?
ในช่วงวัยเกษียณนั้นรายจ่ายบางชนิดก็อาจจะลดลงไปด้วย เช่น ค่าสังสรรค์ ค่าใช้จ่ายในที่ทำงานต่างๆ ทำให้ชาวสูงวัยอาจจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นถึงแม้ว่าจะไม่มีรายได้จากงานประจำอีกต่อไป แต่ในทางกลับกันแล้วความสามารถในการหาเงินก็อาจไม่เท่าเดิม และรายจ่ายที่ต้องมีเพิ่มอย่างแน่นอน คือ ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งผู้ต้องการออมเพื่อวัยเกษียณก็ต้องคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ ความเสี่ยงที่รับได้ และเงื่อนไขชีวิตส่วนตัวที่จะส่งผลต่อการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณอายุด้วยในการเลือกการลงทุนเพื่อทำให้เงินงอกเงย บางคนจึงเลือกลงทุนในตราสารหนี้ หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ และทางเลือกที่มักถูกหลายคนมองข้ามไปก็คือ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” นั่นเองประกันชีวิตแบบบำนาญ ทางเลือกที่มักถูกมองข้าม
ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance) เป็นประกันที่ออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของกรมธรรม์นั้นมีรายได้คงที่ต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่เกษียณอายุแล้วก็ตาม ประกันนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเงินไว้ใช้หลังเกษียณในจำนวนที่แน่นอน และสามารถรับความเสี่ยงได้น้อยกว่าการลงทุนเพื่อการเกษียณช่องทางอื่นๆ ประกันชีวิตแบบบำนาญจะไม่มีเงินคืนให้ในช่วงที่อายุของเจ้าของกรมธรรม์ยังน้อย แต่จะจ่ายคืนให้เป็นรูปแบบของ “เงินบำนาญ” ทุกๆปี หรือทุกๆเดือนตั้งแต่เริ่มเกษียณ (ประกันจะเริ่มจ่ายเงินอายุ 55 ปีเป็นต้นไป) จนถึงอายุตามที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ นอกจากนี้ยังสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตนี้มาเป็นตัวช่วยหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อปีได้อีกด้วย ที่สำคัญไม่ว่าจะซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญตอนอายุไหร่ ก็จะได้ผลตอบแทนเท่ากัน แตกต่างกันที่ถ้าเราเริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่อายุนังน้อยก็จะส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันที่จะต้องจ่ายก็น้อยกว่าด้วย3 ข้อดีของประกันชีวิตแบบบำนาญ
-
เบาใจมีเงินใช้แน่นอนเมื่อตอนเกษียณ
-
สามารถลดหย่อนภาษีได้
-
ไม่เป็นภาระแก่คนข้างหลัง




