ทําเนียบขาวยื่นคําร้องด่วน หลังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย "ทรัมป์" ใช้อํานาจเกินขอบเขต ชี้การเก็บภาษีเป็นอํานาจของสภาคองเกรสแต่เพียงผู้เดียว

สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคําร้องต่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ หรือศาลฎีกา เพื่อขอให้รับพิจารณาและกลับคําตัดสินของศาลอุทธรณ์โดยเร่งด่วน หลังจากที่ศาลอุทธรณ์มีคําวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีนําเข้าสินค้าที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้มีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 4 เสียง ตัดสินว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อํานาจเกินขอบเขตของกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้มอบอํานาจหลักในการจัดเก็บภาษีและภาษีศุลกากรให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือสภาคองเกรสเพียงฝ่ายเดียว โดยที่ผ่านมา นายทรัมป์ได้ใช้กฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) ประกาศให้ภาวะขาดดุลการค้าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อเป็นเหตุผลในการตั้งกําแพงภาษีในอัตราสูงต่อประเทศคู่ค้า

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ให้เหตุผลในการยื่นคําร้องด่วนว่า หากต้องรอให้คําตัดสินมีผลในเดือนมิถุนายน 2569 อาจส่งผลกระทบต่อภาษีที่ได้จัดเก็บไปแล้วซึ่งมีมูลค่าระหว่าง 7.5 แสนล้าน ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการยกเลิกมาตรการภายหลังอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายทางเศรษฐกิจอย่างมาก

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ได้อนุญาตให้มาตรการภาษีดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อให้รัฐบาลมีเวลายื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดต่อไป