วันนอร์ย้ําเสียงแข็ง! เปลี่ยนขั้วรัฐบาล ไม่กระทบเก้าอี้ประธานสภา อ้าง รธน. ปี 40 ชี้เป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ยืนยัน โหวตนายกฯ ไม่บังคับโชว์วิสัยทัศน์

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 5 กันยายนนี้ โดยระบุว่าประเด็นการแสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่มีข้อบังคับหรือรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ซึ่งแตกต่างจากการเลือกประธานและรองประธานสภาที่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ก่อน

นายวันมูหะมัดนอร์ ยกตัวอย่างการเลือกนายกรัฐมนตรีในอดีต เช่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่ได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ อย่างไรก็ตาม กรณีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีสมาชิกเสนอให้แสดงวิสัยทัศน์ 10 นาที ดังนั้น ในการประชุมวันพรุ่งนี้จะขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาว่าจะมีการเสนอให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่

สําหรับกรอบการอภิปราย ประธานสภาฯ ชี้แจงว่า วาระนี้เป็นเรื่องของการเสนอชื่อและให้เหตุผลในการสนับสนุนบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนการอภิปรายในประเด็นความรู้ความสามารถอย่างละเอียดจะอยู่ในวาระการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีคนใหม่

นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ยังได้ตอบคําถามถึงความมั่นคงในตําแหน่งประธานสภาฯ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วรัฐบาล โดยระบุว่าตําแหน่งประธานสภาไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร และการพ้นจากตําแหน่งมีเพียง 2 กรณีคือ การลาออก หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รวมถึงรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550

โดยได้ยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีจาก พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายชวน หลีกภัย แต่ตนเองยังคงดํารงตําแหน่งประธานสภาต่อไปได้อีกเกือบ 6 เดือนก่อนจะลาออก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในตําแหน่งประธานสภาจึงเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร