ช่วงนี้เข้าสู่ ฤดูฝน นอกจากจะอากาศดี ชุ่มฉ่ําแล้ว ยังมาพร้อมกับแขกไม่ได้รับเชิญอย่าง "โรคมือ เท้า ปาก" (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD) ที่มักระบาดในเด็กเล็ก โดยเฉพาะ น้องๆ หนูๆ วัยต่ํากว่า 5 ขวบ เพราะเชื้อไวรัสชอบอากาศร้อนชื้นและติดต่อกันง่ายมากในโรงเรียนหรือเนิร์สเซอรี่

.

โรคมือ เท้า ปาก คืออะไร?

โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม เอนเทอโรไวรัส ครับ มีหลายสายพันธุ์ แต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ "Enterovirus 71 (EV71)" เพราะสายพันธุ์นี้อาจทําให้เกิดอาการรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น สมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

.

-อาการแบบไหนที่ต้องสังเกต?

ส่วนใหญ่ อาการไม่รุนแรง และหายได้เองใน 7-10 วัน แต่อาการหลักๆ ที่จะเจอคือ

ไข้: มีไข้ต่ําๆ ถึงปานกลาง ประมาณ 2-4 วัน

เจ็บปาก: น้องจะเจ็บคอ เจ็บปาก น้ําลายไหล กินข้าวกินนมได้น้อยลง เพราะมี แผลในปาก เป็นจุดแดงๆ แล้วกลายเป็นตุ่มใส แตกออกเป็นแผลตื้นๆ ที่กระพุ้งแก้ม เพดานปาก ลิ้น หรือเหงือก

ผื่น/ตุ่มน้ําใส:

ที่มือ: พบบริเวณฝ่ามือและนิ้วมือ

ที่เท้า: พบบริเวณฝ่าเท้าและนิ้วเท้า

ที่ก้น: อาจมีผื่นรอบๆ ก้น หรืออวัยวะเพศ

บางคนอาจมีผื่นขึ้นตามแขน ขา ลําตัวได้ด้วย

.

- สัญญาณอันตราย! ต้องรีบพาหาหมอด่วน!

แม้ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ถ้าลูกมีอาการเหล่านี้ รีบพาไปโรงพยาบาลทันทีครับ:

ไข้สูงมาก หรือไข้สูงลอยไม่ลด

ซึมลง ไม่เล่น ไม่กิน

อาเจียนบ่อย หรืออาเจียนไม่หยุด

บ่นปวดหัวมาก หรือปวดจนทนไม่ไหว

พูดเพ้อ สับสน หรือเห็นภาพแปลกๆ

สะดุ้งผวา ตัวสั่นๆ แขน/มือสั่นบ้าง

เดินเซ ทรงตัวลําบาก

หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หน้าซีด มีเสมหะมาก

.

- โรคนี้แพร่ยังไง?

โรคมือ เท้า ปาก ติดต่อง่ายมากครับ ส่วนใหญ่ผ่านช่องทางเหล่านี้:

สัมผัสโดยตรง: โดนน้ํามูก น้ําลาย น้ําจากตุ่มแผล หรืออึผู้ป่วย

สัมผัสโดยอ้อม: จับของเล่น พื้นผิว หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ

ละอองฝอย: ไอ จาม รดกัน

ระยะฟักตัวประมาณ 3-7 วัน ผู้ป่วยแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มมีอาการ และยังแพร่ได้แม้หายแล้ว โดยเฉพาะในอุจจาระที่อาจแพร่ได้นานหลายสัปดาห์เลยทีเดียว!

.

- รักษาได้ไหม?

ตอนนี้ยังไม่มียาเฉพาะทางครับ การรักษาจะเน้น ตามอาการ เพื่อให้เด็กสบายขึ้น:

ลดไข้: ให้ยาพาราเซตามอล

ลดปวดแผลในปาก: อาจใช้ยาทาชาหรือยาแก้ปวดเฉพาะที่

ป้องกันขาดน้ํา: ให้จิบน้ําบ่อยๆ น้ําผลไม้ หรือน้ําเกลือแร่

อาหารอ่อน: เน้นอาหารนิ่มๆ กลืนง่าย เย็นๆ เช่น โจ๊ก ซุป ไอศกรีม นม โยเกิร์ต

พักผ่อนให้เยอะๆ

หมั่นสังเกตอาการใกล้ชิด ถ้าแย่ลง รีบหาหมอเลย

.

- ป้องกันไว้ดีที่สุด! ทํายังไง?

การป้องกันสําคัญมากครับ โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็กและที่บ้าน:

สุขอนามัยส่วนตัว:

ล้างมือบ่อยๆ! ทั้งเด็กและผู้ดูแล ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ําสะอาดทุกครั้ง หลังเข้าห้องน้ํา ก่อนกินข้าว หรือหลังสัมผัสผู้ป่วย

ไม่ใช้ของร่วมกัน: แก้วน้ํา ผ้าเช็ดหน้า ช้อนส้อม ของเล่น ห้ามใช้รวมกันเด็ดขาด!

ไอ จาม ให้ถูกวิธี: ปิดปากและจมูกด้วยทิชชู หรือต้นแขนด้านใน

สุขอนามัยสิ่งแวดล้อม:

ทําความสะอาดของเล่น/พื้นผิว: หมั่นเช็ดทําความสะอาดของเล่นหรือจุดที่เด็กสัมผัสบ่อยๆ

ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทสะดวก

จัดการของเสีย: กําจัดอุจจาระอย่างถูกสุขลักษณะ

คัดกรองและแยกเด็กป่วย:

สังเกตอาการ: ครูและผู้ดูแลควรสังเกตความผิดปกติของเด็กๆ เสมอ

รีบแยกเด็กป่วย: ถ้าสงสัยว่าป่วย ให้แยกเด็กออกจากกลุ่มทันที และให้กลับไปพักที่บ้านจนกว่าจะหายดี เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย

.

- มีวัคซีนป้องกันไหม?

มีครับ! ปัจจุบันมี วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส EV71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทําให้เกิดอาการรุนแรงได้ วัคซีนนี้เหมาะสําหรับ เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี และฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน

แต่! ต้องเข้าใจว่าวัคซีนนี้ ไม่ได้ครอบคลุมเชื้อไวรัสทุกสายพันธุ์ ที่ทําให้เกิดโรคมือ เท้า ปาก (เช่น Coxsackievirus A16) ดังนั้น แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว การดูแลสุขอนามัยที่ดี ก็ยังคงเป็นสิ่งสําคัญที่สุดเสมอครับ!

สรุปคือ โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก การดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด และการสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด คือกุญแจสําคัญในการป้องกันและรับมือกับโรคนี้ครับ! หากมีข้อสงสัย หรือลูกมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที!