มั่นใจรับมือน้ําท่วม สทนช. ชี้บริหารจัดการเชิงรุก-เขื่อนมีพื้นที่รองรับน้ําเพียงพอ

ย้ําชัดไม่ซ้ํารอยปี 54 "ประเสริฐ" รองนายกฯ เผย สทนช. มั่นใจรับมือสถานการณ์น้ําได้ดีกว่าเดิม ชี้เขื่อนใหญ่ยังมีพื้นที่รองรับน้ําได้อีกมหาศาล พร้อมบริหารจัดการน้ําเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยง

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (กนช.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (สทนช.) ใช้กลไก "ศูนย์บริหารจัดการน้ําส่วนหน้า" ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อบูรณาการทํางานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งการติดตามข้อมูล ประเมินความเสี่ยง และเตรียมแผนเชิงรุก

นายประเสริฐกล่าวว่าได้เน้นย้ําให้ทุกพื้นที่เร่งพร่องน้ําในลําน้ําและอ่างเก็บน้ําที่ได้รับอิทธิพลจากพายุ 'วิภา' ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ําจากพายุ 'คาจิกิ' และฝนรอบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ 

สทนช. ได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสําคัญที่ทําให้สถานการณ์น้ําในปี 2568 แตกต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างมีนัยสําคัญ ดังนี้ 
-ปี 2554 ไทยเผชิญพายุถึง 5 ลูกติดต่อกัน แต่ปี 2568 มีเพียง 2 ลูกคือ วิภา และ คาจิกิ และคาดว่าจะมีพายุเพิ่มในเดือนกันยายน แต่จํานวนและความรุนแรงจะน้อยกว่ามาก
-คาดการณ์ปริมาณน้ําสูงสุดที่ จ.นครสวรรค์ ในปีนี้จะอยู่ที่ 1,605 ลบ.ม./วินาที และระบายน้ําจากเขื่อนเจ้าพระยาสูงสุดเพียง 1,300 ลบ.ม./วินาที ซึ่งต่ํากว่าปี 2554 เกือบ 3 เท่า
-เขื่อนหลักหลายแห่งยังมีพื้นที่รองรับน้ําได้อีกมหาศาล เช่น เขื่อนภูมิพลรองรับได้กว่า 4,300 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์รองรับได้กว่า 1,700 ล้าน ลบ.ม.

นายประเสริฐย้ําว่า "รัฐบาลตระหนักถึงบทเรียนจากปี 2554 และไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและเตรียมมาตรการรองรับเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสถานการณ์ปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 อย่างแน่นอน"