แม่ทัพภาคที่ 1 ย้ําชัด บ้านหนองจานคือแผ่นดินไทย ลวดหนามคือการป้องกัน ไม่ใช่ลากเส้นเขตแดนใหม่ กองทัพไทยยึดมั่น MOU 43 ใช้แผนที่–เครื่องมือสมัยใหม่ ยืนยันความโปร่งใส ปกป้องศักดิ์ศรีชาติ

พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 แถลงยืนยันจุดยืนกองทัพภาคที่ 1 หลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ไทย–กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว ตอบโต้ทุกกระแสโจมตีที่พยายามบิดเบือน ย้ําชัดเจนว่า “ศักดิ์ศรีทหารไทย ไม่เกี่ยวข้องผลประโยชน์ชายแดน”

แม่ทัพภาคที่ 1 ชี้แจงว่า การดําเนินการทุกอย่างอยู่บนหลักยุทธศาสตร์ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชน ไม่เคยเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตนหรือผลประโยชน์ชายแดนใด ๆ พร้อมเปิดเหตุผลสําคัญต่อข้อกล่าวหาในหลายประเด็น ได้แก่

- การไม่เปิดรบปอยเปต เพื่อไม่ให้ชุมชนพลเรือนกลายเป็นสมรภูมิ และเพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชนเป็นหลัก
- การเปิด–ปิดด่านชายแดน ทําตามยุทธวิธีของ ศอ.ปชด. เพื่อสกัดยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์ ตัดเส้นทางเงินสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม
- กรณีบ้านหนองจาน ยืนยันว่าเป็นพื้นที่ไทย การวางลวดหนามคือการป้องกันเชิงทหาร ไม่ใช่การลากเส้นเขตแดนใหม่
- MOU 43  ยึดปฏิบัติตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

แม่ทัพภาคที่ 1 ยังระบุว่า ทุกการปฏิบัติใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 และเครื่องมือสมัยใหม่ในการยืนยันหลักเขตแดนอย่างโปร่งใส การเคลื่อนกําลังทุกรูปแบบเป็น การยับยั้งเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อป้องกันไม่ให้กัมพูชาเสริมกําลังในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การคุ้มครองประชาชนและศักดิ์ศรีของชาติไทย

ท้ายที่สุด พล.ท.อมฤต ตอกย้ําว่า ไม่ว่ากระแสข่าวจะพยายามบิดเบือนเพียงใด กองทัพภาคที่ 1 และทหารไทยทุกนายยังคงยึดมั่นในคําสัตย์ปฏิญาณว่า “จักรักษามรดกของชาติ และอธิปไตยของแผ่นดิน” ด้วยจิตวิญญาณทหารอาชีพที่แข็งแกร่ง มุ่งมั่น และภักดีต่อผืนแผ่นดินไทยเสมอ