นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ซึ่งมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบนโยบายและยุทธศาสตร์ข้อมูลประเทศในช่วงสามปีข้างหน้า เพื่อเป็นกรอบสําคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

4 ยุทธศาสตร์ข้อมูลหลัก และการตั้งคณะกรรมการ AI แห่งชาติ

ยุทธศาสตร์ข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่:

  1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล

  2. การพัฒนาด้านธรรมาภิบาลข้อมูล และการยกระดับคุณภาพการให้บริการ

  3. การส่งเสริมการใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูล

  4. การพัฒนากําลังคนให้มีทักษะดิจิทัล ด้านข้อมูลให้เพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติให้จัดตั้ง คณะกรรมการเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งชาติ เพื่อทําหน้าที่ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้าน AI โดยมุ่งเน้นการสร้างคนและเทคโนโลยี, การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ, และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนา AI ของประเทศดําเนินไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์ได้ตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะใหม่

ที่ประชุมยังเห็นชอบการต่ออายุตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะให้กับ 16 เมืองทั่วประเทศ และมอบตราสัญลักษณ์พื้นที่อัจฉริยะใหม่แก่ “โครงการภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์” เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง โดยเห็นชอบในหลักการบริหารจัดการโครงข่ายเน็ตประชารัฐและส่วนต่อขยายตามแนวคิด โครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network) และมอบหมายให้สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนต่อไป

นางสาวศศิกานต์กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, เมืองอัจฉริยะ, และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ, เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ, และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนให้ก้าวสู่อนาคตดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน