ผู้นำบราซิล "ลูอิซ อินาซิโอ้ ลูลา ดา ซิลว่า" ประกาศชัดจะตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ หากมาตรการภาษีใหม่ 50% ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บมีผลบังคับใช้ 1 ส.ค.นี้ แม้ยังคงเปิดช่องทางการเจรจาทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหา

11 กรกฎาคม 2568 – ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างบราซิลและสหรัฐอเมริกากำลังทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อ ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ้ ลูลา ดา ซิลว่า ผู้นำบราซิล ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะตอบโต้กลับอย่างสมน้ำสมเนื้อ หากมาตรการภาษีนำเข้า 50% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขู่จะเรียกเก็บจากสินค้าบราซิลมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ แม้จะยังคงเปิดช่องทางการเจรจาทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ประธานาธิบดีลูลากล่าวว่า เขาต้องการใช้การเจรจาทางการทูตเป็นหนทางหลักในการแก้ไขคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ก็ย้ำชัดว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ด้วยวิธีการเดียวกันนี้ หากภาษีอัตราใหม่ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้จริง ผู้นำบราซิลยังเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งตั้งคณะกรรมการร่วมกับภาคธุรกิจ เพื่อทบทวนนโยบายการค้าระหว่างบราซิลกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของบราซิลได้รับการสนับสนุนจากกฎหมายที่รัฐสภาบราซิลเพิ่งผ่าน ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการดำเนินมาตรการตอบโต้ หากต่างชาติใช้มาตรการกีดกันทางการค้ากับสินค้าของบราซิล

นักการทูตบราซิลรายหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อกล่าวว่า ประธานาธิบดีลูลาจะยังไม่ประกาศมาตรการตอบโต้ใดๆ ในทันที โดยจะรอจนกว่าภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้จริง ซึ่งหมายถึงยังมีเวลาถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2568

หลายฝ่ายมองว่าเหตุผลที่แท้จริงของการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีกับบราซิลอย่างหนักถึง 50% นั้น อาจเป็นเพราะความไม่พอใจที่นายลูลาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ ที่เคยขู่ว่าจะขึ้นภาษีเพิ่มอีก 10% กับชาติสมาชิก กลุ่มบริกส์ ที่เพิ่งจัดประชุมสุดยอดในบราซิลเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า หากบริกส์มีนโยบายต่อต้านสหรัฐฯ ปัจจุบันกลุ่มบริกส์มีสมาชิก 11 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ อิหร่าน เอธิโอเปีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย

Cr. AP