เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธาน ได้เข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาร่างกฎหมาย 5 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่เสนอโดยพรรคประชาชน, ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน ที่เสนอโดยนางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 36,723 คน รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขอีก 3 ฉบับ

โดยผู้เสนอได้อธิบายหลักการและเหตุผลของร่างกฎหมาย จากนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปราย อาทิ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า การนิรโทษกรรมต้องเปิดกว้างให้มากที่สุดและไม่เลือกปฏิบัติ ร่างกฎหมายของพรรคประชาชนจึงไม่กำหนดฐานความผิดหรือตามมาตราใดและไม่กำหนดเวลาสิ้นสุด เนื่องจากที่ผ่านมา มีการใช้นิติสงครามเล่นงานประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง โดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้นิรโทษกรรมการเมืองสำเร็จได้ คือบรรยากาศทางการเมืองที่ฝ่ายต่างๆ เจรจากันได้ โดยไม่ต้องยึดหลักว่าจะไม่โหวตหากรวมมาตรา 112 จึงขอให้ทุกฝ่ายทบทวนและหาทางออกให้สังคมไทย

สำหรับกลไกในร่างกฎหมาย พรรคประชาชนกำหนดให้มีคณะกรรมการกลางประกอบด้วยตัวแทนจากศาล รัฐสภา และรัฐบาล พิจารณาคดีที่เข้าข่ายนิรโทษกรรม ยืนยันว่ามีความเป็นธรรม
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทยว่า เน้นนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดจากการชุมนุมทางการเมือง แต่ยกเว้นไม่ให้นิรโทษกรรม 4 กลุ่ม ได้แก่ คดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ, คดีอาญาร้ายแรงถึงชีวิต และคดีที่ก่อความเสียหายให้เอกชน โดยคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่จะได้รับการนิรโทษกรรมจะไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันอคติ




