รัฐบาลลุยทุกมิติ! นายกฯ สั่ง 7 ด้านคุมเข้มเศรษฐกิจ-พลังงาน-ยาเสพติด เตรียมปรับท่าทีเรื่องกัญชาให้ชัดเจนขึ้น

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการข้อสำคัญ 7 ด้านต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (24 มิ.ย. 68) โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านความขัดแย้งระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ ความมั่นคงชายแดน ไปจนถึงปัญหาภายในประเทศ ได้แก่

1. รับมือสถานการณ์โลกและชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีกำชับให้รัฐมนตรีติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้กระทบน้อยที่สุดต่อพี่น้องประชาชน โดยย้ำการแก้ไขด้วยสันติวิธีและการเจรจา

2. ความมั่นคงด้านพลังงาน มอบหมายให้รองนายกฯ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค วางแผนสำรองพลังงาน หากเกิดภาวะขาดแคลนหรือราคาพุ่งสูง พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชน

3. เศรษฐกิจ การเงิน และเกษตรกรรม ให้รองนายกฯ พิชัย ชุณหวชิร ประสานภาครัฐ-เอกชน หาทางแก้ปัญหาหนี้สินประชาชน โดยเฉพาะราคาข้าวที่ตกต่ำ รวมถึงควบคุมสินค้านำเข้าเถื่อนที่กระทบพืชผลในประเทศ

4. ปัญหายาเสพติด สั่งประชุมด่วนกับผู้ว่าฯ และ ผบ.ตร.ทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายปราบปรามยาเสพติด พร้อมขยายผลจากนโยบาย Seal Stop Safe

5. การท่องเที่ยว ให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ ปรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นความปลอดภัยและความคุ้มค่าต่อการเดินทาง

6. ค่าแรงขั้นต่ำ เร่งกระทรวงแรงงานเสนอมาตรการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเข้าที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า เพื่อให้ทันประกาศใช้ต้นเดือนกรกฎาคมนี้

7. ควบคุมการใช้กัญชา นายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลต่อการใช้กัญชาในปัจจุบันที่เน้นเพื่อ “สันทนาการ” มากกว่าทาง “การแพทย์” ซึ่งสวนทางกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล จึงสั่งกระทรวงสาธารณสุขเร่งพิจารณาควบคุมกัญชาให้ใช้เฉพาะเพื่อการแพทย์ พร้อมทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายการป้องกันยาเสพติดอย่างแท้จริง