กต. ชี้สถานการณ์ไม่แน่นอนสูง วอนคนไทยในพื้นที่เสี่ยงตัดสินใจด่วน! เปิดศูนย์พักพิงตุรกี-ใช้แอป Thai Consular ติดต่อ ยันสหรัฐฯร่วมรบไม่กระทบไทย กำลังพิจารณาย้ายแรงงาน 3,000 คนไปประเทศเพื่อนบ้าน

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการให้ความช่วยเหลือคนไทย โดยยืนยันว่ากระทรวงฯ ได้เตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงทั้งในอิสราเอลและอิหร่านแล้ว และกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

อิสราเอล: ช่วยแรงงานชุดแรกกลับ-เล็งย้ายอีก 3,000 คน
สำหรับในอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และฝ่ายแรงงาน ได้ประสานงานกับบริษัทก่อสร้าง นำแรงงานไทยชุดแรก 22 คน เดินทางออกจากอิสราเอลทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน และมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันนี้ (ตามเวลาที่ระบุ) เวลา 19.30 น. นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างช่วยเหลือคนไทยอีก 12 คนที่ประสงค์จะเดินทางออก โดย 9 คนจะออกจากอิสราเอลทางบกในวันที่ 25 มิถุนายน และอีก 3 คนในวันที่ 3 กรกฎาคม

นายนิกรเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า "สถานเอกอัครราชทูตและฝ่ายแรงงานยังอยู่ระหว่างประสานงานกับบริษัทจัดหางานภาคการก่อสร้างของไทย ถึงความเป็นไปได้ที่จะย้ายแรงงานภาคการก่อสร้างในอิสราเอลอีกประมาณ 3,000 คน ออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรอดูสถานการณ์หรือเดินทางกลับประเทศไทย"

อิหร่าน: ช่วยชุดแรกออกปลอดภัย-เปิดศูนย์พักพิงตุรกี
ส่วนในอิหร่าน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ช่วยเหลือคนไทยชุดแรก 3 คน เดินทางออกทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างปลอดภัยแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน และกำลังเตรียมการเดินทางกลับไทย ขณะเดียวกันกำลังประสานช่วยเหลือคนไทยอีก 73 คนจากเมืองต่างๆ ที่ประสงค์จะออกจากอิหร่านผ่านเส้นทางบกเช่นกัน

เนื่องจากสถานการณ์ในกรุงเตหะรานมีความสุ่มเสี่ยงสูง สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เปิดสถานที่ทำการชั่วคราวและศูนย์พักพิงช่วยเหลือคนไทย ที่โรงแรม Elite World Van เมือง Van ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับอิหร่าน คนไทยสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข (+98) 912 159 8699 และ (+98) 912 500 7933 ตลอด 24 ชั่วโมง

ย้ำ! สถานการณ์ไม่แน่นอนสูง ขอคนไทยรีบตัดสินใจ
โฆษก กต. ย้ำว่า "เนื่องจากสถานการณ์ในอิสราเอลและอิหร่านยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในประเทศดังกล่าว พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง" โดยสามารถติดต่อสถานทูตฯ ทั้งสองแห่งได้ตลอดเวลา พร้อมแนะให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thai Consular เพื่อรับข่าวสารและความช่วยเหลือ และขอให้พิจารณาไม่เดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวหากไม่มีความจำเป็น

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศเข้าร่วมสงคราม นายนิกรเดชยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อไทย เนื่องจากเป็นประเด็นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน และไทยมีท่าทีเป็นกลาง มั่นใจว่าสามารถช่วยเหลือคนไทยได้เอง แต่หากจำเป็นก็พร้อมประสานความช่วยเหลือจากประเทศอื่น

สำหรับเหตุผลที่ต้องลำเลียงคนไทยออกทางประเทศเพื่อนบ้านนั้น  เนื่องจากน่านฟ้าปิดและจำนวนผู้ประสงค์เดินทางกลับยังมีไม่มากนัก ไทยจึงเลือกที่จะลำเลียงออกทางประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันแทน   อย่างไรก็ตาม หากน่านฟ้าเปิดและมีผู้ประสงค์กลับจำนวนมาก อาจมีการพิจารณาแนวทางอื่นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก "ขอแนะนำให้คนไทยในอิหร่านและอิสราเอลตัดสินใจเดินทางออก เพราะกระทรวงการต่างประเทศพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและพาประชาชนกลับบ้าน" นายนิกรเดชกล่าวทิ้งท้าย