7 มิถุนายน 2568 - ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 07.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย โดยย้ำว่า ไม่มีการพูดคุยใดๆ ทั้งสิ้น และพรรคไม่มีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี เพราะทุกคนยังสามารถทำงานได้เต็มที่

เมื่อถูกถามว่า ข่าวลือดังกล่าวสะท้อนความต้องการกระทรวงมหาดไทยกลับคืนใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า “มันเขย่าไม่ได้” เพราะเป็นรัฐบาลผสมที่ตกลงกันตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลกับนายกฯ เศรษฐา และยังคงรูปแบบเดิมมาถึงรัฐบาลแพทองธาร

ต่อข้อถามว่า หากต้องแลกกระทรวงจะยอมแลกหรือไม่ นายอนุทินย้ำว่า “ไม่มี เพราะตกลงกันไว้แล้ว” และการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องของ “ยอม” หรือ “ไม่ยอม” แต่เป็นเรื่องของข้อตกลง

“พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เดินไปขอร่วมรัฐบาล…เพื่อไทยเชิญมาเองตั้งแต่กินช็อกมิ้นต์ จำได้ไหม?” นายอนุทินกล่าว พร้อมย้ำว่า พรรคของตนทำงานตอบสนองนายกฯ มาแล้วสองคน และยังคงเคารพผูกพันกับนายกฯ แพทองธารอย่างราบรื่น

ในประเด็นที่เจ้าตัวโพสต์ข้อความให้กำลังใจนายกฯ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เจ้าตัวอธิบายว่า ต้องการแสดงความพร้อมสนับสนุนในการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน พร้อมย้ำว่ากระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติสนับสนุนทุกรูปแบบ

เมื่อถามว่ากระแสข่าวการคืนกระทรวงมท. มีการพูดคุยกับนายกฯ หรือไม่ นายอนุทินเผยว่าโดยทั่วไปใช้วิธีสื่อสารทางไลน์ และยืนยันอีกครั้งว่า “ไม่มีการพูดคุยเรื่องปรับ ครม. เลย”

ส่วนกรณีที่นายกฯให้ความมั่นใจว่าไม่มีการปรับ ครม. นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ ได้ชี้แจงในที่ประชุม ครม. และแถลงข่าวต่อสื่อชัดเจน ซึ่งตนเองก็ต้องเชื่อนายกฯ หากไม่เชื่อก็ทำงานด้วยกันไม่ได้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนัดกินข้าวกับพรรครวมไทยสร้างชาติในวันที่ 8 มิ.ย. นายอนุทินปฏิเสธทันทีว่า “ไม่มีนัดกินข้าว มีแต่นัดทำงาน” โดยระบุว่าได้หารือร่วมกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เรื่องค่าไฟฟ้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงาน มหาดไทย และอุตสาหกรรม โดยเตรียมจัดเวิร์คช็อปร่วมในเร็ววัน โดยจะเชิญนายกฯ เป็นประธานเปิดงาน

เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาว่าภูมิใจไทยอาจจับมือรวมไทยสร้างชาติ เพื่อต่อรองกับเพื่อไทย นายอนุทินย้อนถามกลับว่า “ทำไมดูถูกพรรคการเมือง?” พร้อมระบุว่า “เรื่องการต่อรองจบไปตั้งแต่เดือน ก.ค. 66 แล้ว”

ในตอนท้าย นายอนุทินย้ำว่า ไม่มี สส. พรรคไหนเสนอสูตรเกลี่ยกระทรวงใหม่ได้ หากไม่ใช่หัวหน้าพรรค เลขาธิการ หรือโฆษกพรรค ให้ถือว่า “ไม่จริง เชื่อไม่ได้” และหากสุดท้ายมีชื่อหลุดจากเก้าอี้ มท.1 ก็ระบุว่า “ไม่ได้เตรียมความคิดไว้ เพราะมันเกิดขึ้นไม่ได้”