กกร. หั่นเป้า GDP ไทยปี 2568 เหลือ 1.5-2.0% สัญญาณเตือนเศรษฐกิจเผชิญความท้าทายจากส่งออกชะลอ-ภาษีสหรัฐ หวั่นฉุดรุนแรงครึ่งปีหลัง เรียกร้องรัฐเร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทด่วน

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2568 ลงเหลือเพียง 1.5-2.0% จากเดิมที่เคยประเมินไว้สูงกว่านี้ โดยให้เหตุผลจากปัจจัยลบทั้งภายในและต่างประเทศ

กกร. ชี้ว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า และแรงส่งในประเทศที่อ่อนแอกว่าคาด เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโต แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกจะขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ส่วนใหญ่เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว เช่น การเร่งลงทุนภาครัฐบนฐานที่ต่ำในปีก่อน ขณะที่การเติบโตแท้จริงอยู่ที่เพียง 2.1% โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนกลับชะลอตัว ส่วนภาคการผลิตขยายตัวเพียง 0.6% แม้ภาคส่งออกจะขยายตัวกว่า 15% แต่ส่วนใหญ่เป็นการระบายสินค้าคงคลัง ไม่ใช่ผลจากการผลิตใหม่

ที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมที่เพิ่มจาก 25% เป็น 50% รวมถึงความไม่แน่นอนในการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐ ซึ่งอาจกระทบการส่งออกไทยอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะเมื่อมาตรการผ่อนปรนภาษี 90 วันของสหรัฐฯ จะหมดลงในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้  นอกจากนี้ กกร. ยังชี้ว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว มาอยู่ที่ระดับ 32.5-32.7 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว กกร. จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 1.57 แสนล้านบาท อย่างน้อย 70% รวมถึงขยายตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลเพื่อชดเชยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง พร้อมเสนอให้จัดทำนโยบายเศรษฐกิจระยะกลางและยาว เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและฟื้นฟูศักยภาพเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ประมาณการเศรษฐกิจล่าสุดของ กกร. (เดือนมิถุนายน 2568) คาดว่า GDP ปีนี้จะเติบโต 1.5-2.0%, การส่งออกจะหดตัว -0.5 ถึง 0.3%, และอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 0.5-1.0%