ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ ตัดสินว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก – ระงับการบังคับใช้โดยทันที
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในนครนิวยอร์ก มีคำสั่งให้ ระงับการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นการ ใช้อำนาจเกินขอบเขต ภายใต้ พระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ

คำตัดสินครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กนำโดยบริษัท V.O.S. Selections ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาล คัดค้านการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าที่ทรัมป์ประกาศ โดยศาลระบุว่ากฎหมายดังกล่าว ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดอัตราภาษีศุลกากรเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นสิทธิที่สงวนไว้ให้ รัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
มาตรการภาษีที่ถูกระงับรวมถึง ภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั่วโลก , ภาษี 25% สำหรับสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดา , ภาษี 30% สำหรับสินค้าจากจีน อย่างไรก็ตาม ภาษี 25% สำหรับรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็ก และอลูมิเนียม ยังคงบังคับใช้อยู่ตามเดิม ศาลได้ให้เวลา 10 วันแก่รัฐบาลสหรัฐฯ ในการดำเนินการตามคำสั่ง และแม้รัฐบาลทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์ในทันที แต่คำตัดสินนี้ถือเป็น การยืนยันขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการกำหนดนโยบายการค้า
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าคำตัดสินนี้อาจส่งผลต่อการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในอนาคต และย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของ การตรวจสอบอำนาจของฝ่ายบริหาร เพื่อปกป้องหลักนิติรัฐและความเป็นกลางทางเศรษฐกิจ




