26 เมษายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักวาติกัน แถลงว่า มีประชาชนราว 250,000 คนจากทั่วโลก ต่อแถวถวายสักการะแสดงความอาลัย นับตั้งแต่พระศพของสมเด็จพระสันตปะปาถูกอัญเชิญเข้ามาประดิษฐาน ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 

ประชาชนต่อแถวกันยาวรอบบริเวณจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ทอดยาวไปจนถึงถนนต่างๆ ที่อยู่โดยรอบตลอดทั้งวันตั้งแต่เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ บางคนอดทนรอนานหลายชั่วโมง เพียงเพื่อโอกาสได้อยู่ภายในมหาวิหารไม่กี่นาที สำหรับสักการะแสดงความอาลัยพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

โดยในบรรดาผู้ที่เดินทางมาส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายก็คือ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส และภรรยา ผู้ซึ่งยืนเคียงข้างกันข้างๆโลงพระศพเป็นระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นฝ่ายผู้นำก็โค้งคำนับ ส่วนฝ่ายภริยาทำเครื่องหมายกางเขน

ทั้งนี้สำนักวาติกันพร้อมเตรียมยุติการออกอากาศทางโทรทัศน์ภาพการสักการะกระศพที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนถึงพิธีลับในการผนึกโลงพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส คาดหมายว่าบรรดาผู้แทนต่างชาติกว่า 160 คนจะเข้าร่วมพิธีพระศพ ในวันเสาร์ (26 เมษายน ) ในนั้นรวมถึงพวกผู้นำโลกหลายสิบคน อาทิเช่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และกษัตริย์ที่ครองราชย์อีกกว่า 10 พระองค์  

เจ้าหน้าที่เริ่มยกระดับด้านความปลอดภัยก่อนหน้าพิธีโดยมีการประจำการพลซุ่มยิงบนดาดฟ้า ส่งโดรนเฝ้ามองจากด้านบน และมียุทโธปกรณ์ทางทหารที่พร้อมสำหรับจำกัดวัตถุบินของศัตรู

ส่วนใจกลางกรุงโรม คาดว่าจะมีการปิดการจราจร เปิดทางให้ขบวนรถพระศพของสมเด็จพระสันตปะปาฟรานซิสมุ่งหน้าอย่างช้าๆ ไปยังมหาวิหารซานตามาเรียมายอเร ที่ทางโป๊ปฟรานซิสร้องขอให้ฝังพระศพของพระองค์ที่นั่นแทนมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ตามขนบประเพณี ท่ามกลางความคาดหมายว่าจะมีฝูงชนจำนวนมากมารอส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายบริเวณ 2 ข้างทาง