กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งตั้งศูนย์รับแจ้งตรวจสอบอาคารทั่วประเทศ หลังเหตุแผ่นดินไหว พร้อมประสานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ประเมินความปลอดภัย อาคารราชการ–สาธารณะ เป็นลำดับแรก

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ส่งผลให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของอาคาร โดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการด่วนให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง จัดตั้งศูนย์รับแจ้งตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่อาจได้รับผลกระทบ

กรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์รับแจ้ง ณ สำนักงานใหญ่ ถนนพระรามที่ 6 พร้อมประสานงานกับ สภาวิศวกร สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร วิศวกรอาสา และกรุงเทพมหานคร เพื่อระดมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร โดยเน้นที่ อาคารสาธารณะและอาคารที่มีผู้คนรวมตัวจำนวนมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นลำดับแรก หากพบว่าอาคารมีความเสี่ยงไม่ปลอดภัย กรมจะเสนอให้มีการ งดใช้ชั่วคราวและดำเนินการปรับปรุง เพื่อความปลอดภัยก่อนเปิดใช้งานต่อไป

โดยเมื่อวานนี้ (28 มี.ค.68) ได้มีการตรวจสอบอาคารที่ได้รับแจ้งแล้วจำนวน 9 อาคาร จาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี 3 อาคาร , โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 2 อาคาร , 

โรงพยาบาลเลิดสิน 4 อาคาร , และในวันที่ 29 มีนาคม 2568 จะมีการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติม พร้อมเร่งตรวจสอบอาคารอีก 5 หน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์ 

กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ ทำเนียบรัฐบาล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

รวมถึงอาคารสำคัญอื่น ๆ เช่น โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, กรมศุลกากร และกรมสรรพากร

กรมโยธาธิการฯ ยังแนะนำให้ เจ้าของอาคารเอกชน เช่น คอนโดมิเนียม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ดำเนินการประเมินความปลอดภัยโดยผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนกว่า 2,600 ราย พร้อมดาวน์โหลด คู่มือสำรวจความเสียหายเบื้องต้น จากเว็บไซต์กรมฯ

หากต้องการแจ้งเหตุหรือขอคำปรึกษาเรื่องโครงสร้างอาคาร ติดต่อสายด่วนได้ที่ 02-299-4191 และ 02-299-4312 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมโยธาฯ จะร่วมกับ กทม. ตรวจสอบอาคารบ้านเรือนที่ได้รับแจ้งผ่านแอป Traffy Fondue (ทรัฟฟี่ฟองดู) อย่างใกล้ชิด