"ภูมิธรรม" โต้ "โรม" ปมพา สื่อ ดูอุยกูร์! ยันโปร่งใส ไร้ "สื่อรัฐ" ซัดคำถาม "โรม" ไร้รากฐาน

รองนายกฯ "ภูมิธรรม" แจงดราม่าหอบสื่อบินจีน ดูชีวิตชาวอุยกูร์ หลังไทยส่งกลับ ยันเลือกสื่อหลากหลาย ไม่มีการชี้นำ ชี้ถูกมองเป็น "สื่อรัฐ" เป็นการดูถูก "โรม" ตั้งคำถามเสรีภาพสื่อ เป็นคำถามที่ไม่มีรากฐาน ด้าน "รังสิมันต์" ห่วงสื่อไม่มีอิสระ ชี้รัฐอาจผิด กม.ซ้อมทรมาน

 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในการนำสื่อมวลชนไปติดตามสถานการณ์ชาวอุยกูร์ที่ซินเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า เครื่องบินที่ใช้เป็นของกองทัพ มี 20 กว่าที่นั่ง ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง การคัดเลือกสื่อมวลชนนั้น ครอบคลุมทั้งหนังสือพิมพ์, ออนไลน์ และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสื่อของรัฐอย่าง NBT หรือ ช่อง 5 "การที่มองว่ารัฐบาลเลือกสื่อที่ไป เป็นการดูถูกสื่อที่ถูกเลือก ผมไม่คิดว่าใครเป็นสื่อของรัฐบาล ยกเว้น NBT ที่ทำหน้าที่ของเขา" นายภูมิธรรมกล่าว และว่า รัฐบาลต้องการเลือกสื่อที่มีอิทธิพล สามารถดูตามเรตติ้งได้ "ไม่ใช่ความจริงที่ว่าเอาแต่สื่อรัฐบาลไป เรากระจายให้หมด"

ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ ตั้งคำถามถึงเสรีภาพในการเขียนข่าว นายภูมิธรรมตอบโต้ว่า "จะถามผมได้อย่างไร ต้องไปถามสื่อ" พร้อมมองว่าคำถามของนายรังสิมันต์ "รับฟังได้ แต่อย่าเป็นคำถามที่ไม่มีรากฐาน"

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงเมียนมา (BGF) แถลงเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า เป็นเรื่องภายในองค์กร ไม่ขอก้าวก่าย ส่วนกรณีที่ BGF เสนอให้ไทยยกเลิกมาตรการตัดไฟฟ้า, น้ำมัน และอินเทอร์เน็ต นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องรอผลรายงานก่อน ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาค 2 มาตรวจความพร้อมกำลังพลในช่วงนี้มีนัยะสำคัญหรือไม่นั้น  นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นภารกิจตามปกติ

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สาระสำคัญของการลงพื้นที่ไปซินเจียงคือ สื่อมวลชนที่ไปจะมีอิสระในการทำข่าวมากแค่ไหน หากสื่อมวลชนมีอิสระในการทำข่าวโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปกับคณะตลอดเวลา จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ

"ถ้าหากสื่อที่ไปต้องไปตามจุดที่วางเอาไว้ แตกแถวไม่ได้ อาจไม่ได้เห็นภาพที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเรื่องที่เกิดก็อยากให้เกิดความคลี่คลาย รัฐบาลไทยต้องคุยกับจีนว่าการมีความร่วมมือในแบบนี้"

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทั้งฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็เป็นห่วง ว่ากำลังทำผิดกฎหมายในประเทศหรือระหว่างประเทศหรือไม่ ต้องไม่ลืมว่า พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย เป็นกฎหมายที่เอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐได้ ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อาจจะมีความผิดไปด้วย เพียงเพราะทำตามคำสั่งผู้ที่มีอำนาจ เพราะถ้ามีความโปร่งใสจริง จะไม่มีการส่งชาวอุยกูร์ไปช่วงเวลากลางดึก และจะต้องแถลงข่าวชี้แจงกับประชาชน