เคยเป็นไหม? ถึงที่หมายแล้วแทนที่จะได้เที่ยวเต็มที่ กลับ ง่วงทั้งวัน แต่นอนไม่หลับตอนกลางคืน อาการแบบนี้คือ Jet Lag หรือ ภาวะเวลาแปรปรวน ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเรายังยึดติดกับเขตเวลาของที่เดิม ทำให้เกิดอาการ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย โฟกัสไม่อยู่ และอารมณ์แปรปรวน

แต่ไม่ต้องห่วง! เรามีวิธีช่วยให้คุณปรับตัวเร็วขึ้นและเพลิดเพลินกับการเดินทางได้เต็มที่

สาเหตุของ Jet Lag

Jet Lag เกิดจากการที่วงจรชีวภาพของร่างกาย (Circadian Rhythm) ไม่ทันปรับตัวตามเขตเวลาใหม่ โดยฮอร์โมน เมลาโทนิน ซึ่งควบคุมจังหวะการนอนหลับ ยังคงหลั่งตามเวลาของที่เดิม ทำให้ร่างกายสับสนและนอนไม่เป็นเวลา

ยิ่งเดินทางข้ามหลายโซนเวลา อาการ Jet Lag ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเดินทาง ไปทางทิศตะวันออก เพราะต้องนอนเร็วขึ้นกว่าปกติ

วิธีรับมือกับ Jet Lag ให้ร่างกายปรับตัวเร็วขึ้น

1. ปรับเวลานอนล่วงหน้า
ก่อนเดินทาง 2-3 วัน ค่อยๆ ปรับเวลานอนให้ใกล้เคียงกับเขตเวลาของจุดหมายปลายทาง เช่น ถ้าต้องเดินทางไปประเทศที่เวลานำหน้าไทย ให้ลองเข้านอนเร็วขึ้นทีละ 1 ชั่วโมง

2. สัมผัสแสงธรรมชาติ 
แสงเป็นตัวช่วยรีเซ็ตวงจรชีวภาพของเรา (Zeitgeber) การออกไปเจอแดดในตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวเร็วขึ้น ในทางกลับกัน ควรหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอน เพราะจะไปรบกวนการหลั่งเมลาโทนิน

3. ปรับพฤติกรรมให้เข้ากับเวลาท้องถิ่น

  • กิน-นอนตามเวลาใหม่ แม้ว่าจะยังไม่หิวหรือไม่ง่วง แต่พยายามปรับตัวให้เข้ากับตารางเวลาใหม่
  • ออกกำลังกายเบาๆ อย่างเดินเล่น หรือยืดกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

4. ใช้เมลาโทนินเสริม (ถ้าจำเป็น)
หากนอนไม่หลับ อาจใช้เมลาโทนินช่วยปรับจังหวะหลับ-ตื่น แต่ไม่ควรใช้บ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายพึ่งพาสารเสริมมากเกินไป

 

Jet Lag อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถลดผลกระทบของมันได้ ด้วยการ เตรียมตัวก่อนเดินทาง ปรับพฤติกรรม และให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัว 

ให้การเดินทางของคุณเป็น ช่วงเวลาแห่งความสนุกและการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับอาการอ่อนเพลีย!