กองทัพบกเผยผลสำเร็จมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดน จ.ตาก  สามารถสกัดกั้นกลุ่มเสี่ยงทำผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  หลังใช้ 4 มาตรการเข้ม  ยอดต่างชาติเข้า-ออกพื้นที่ลดลงอย่างชัดเจน

ตามที่รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมได้ให้ความสำคัญในการสกัดกั้นและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายตลอดแนวชายแดน  กองทัพบกจึงได้ร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และส่วนราชการจังหวัดตาก  ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุมในทุกมิติ  โดยเฉพาะการหลอกลวงบุคคลให้ไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  การใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการส่งแรงงานไปยังประเทศที่ 3  รวมถึงปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์

พันเอก ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ โฆษกกองทัพบก  เปิดเผยว่า  ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 68  กองทัพบกได้มอบหมายให้กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนราชการในพื้นที่  ยกระดับมาตรการควบคุมและจำกัดพื้นที่ที่เป็นทางผ่านสำคัญไปยังพื้นที่ชายแดน ใน จ.ตาก  รวม 4 มาตรการ  ได้แก่
1.คัดกรองชาวต่างชาติเข้า อ.แม่สอด ทั้งทางบกและทางอากาศอย่างเข้มข้น สอบถามวัตถุประสงค์และแผนการเดินทางอย่างละเอียด และใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษรถยนต์ที่รับจ้างนำพาบุคคลต่างชาติเข้าพื้นที่


2.ตั้งด่านตรวจร่วมบริเวณเส้นทางที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ อ.แม่ระมาด และ อ.พบพระ


3.สกัดกั้นการลักลอบข้ามแดน โดยบูรณาการกำลังร่วมระหว่างตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในเส้นทางหลักและเส้นทางรองที่จะเข้าสู่ชายแดน


4.ตรวจสอบโรงแรมที่พักใน อ.แม่สอด โดยเฉพาะโรงแรมที่ชาวต่างชาติเข้าพัก บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกรณีไม่มีการแจ้งข้อมูลการเข้าพักของบุคคลต่างชาติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

ผลการดำเนินการพบว่า  ก่อนใช้มาตรการ (15-20 ม.ค. 68)  มีการเดินทางโดยรถยนต์ขาเข้า 211 คัน  ชาวต่างชาติ 339 คน  ขาออก 200 คัน  ชาวต่างชาติ 318 คน  แต่หลังใช้มาตรการ (21-29 ม.ค. 68)  มีการเดินทางโดยรถยนต์ขาเข้าลดลงเหลือ 43 คัน  ชาวต่างชาติ 88 คน  ขาออก 64 คัน  ชาวต่างชาติ 148 คน  ส่วนการเดินทางโดยเครื่องบิน  พบว่ามีผู้โดยสารยกเลิกเที่ยวบินหรือซื้อบัตรโดยสารแล้วไม่เดินทางกว่า 931 คน

ข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงผลสำเร็จของการยกระดับมาตรการควบคุมและจำกัดพื้นที่ จ.ตาก  ที่สามารถคัดกรองบุคคลต่างชาติที่ไม่มีวัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน  ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะใช้ช่องทางชายแดนผ่านไปยังประเทศที่ 3  เพื่อร่วมกับขบวนการผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ กองทัพบกพร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล  ร่วมกับทุกภาคส่วนในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ  เพื่อป้องปรามการกระทำผิดและช่วยเหลือประชาชน  โดยหากพบเห็นหรือมีข้อมูล  สามารถแจ้งเบาะแสได้ผ่านทางหน่วยทหารหรือหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบกได้ตลอดเวลา