ประธานาธิบดี "มาครง" เผชิญปัญหาหนัก! หลังสภาฝรั่งเศสลงมติไม่ไว้วางใจ "บาร์นิเยร์" นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งหลังบริหารประเทศเพียง 3 เดือน

ฝรั่งเศส เกิดเหตุการณ์ช็อกวงการเมืองฝรั่งเศส เมื่อสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ  มีมติถอดถอน มิเชล บาร์นิเยร์  ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 331 เสียง  เกินกว่าเกณฑ์ 288 เสียง  ในการลงมติไม่ไว้วางใจ  ส่งผลให้บาร์นิเยร์ต้องยุติบทบาทนายกรัฐมนตรี  หลังจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน  นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง  เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ชนวนเหตุสำคัญที่นำไปสู่การลงมติไม่ไว้วางใจในครั้งนี้  คือ  การที่บาร์นิเยร์ผลักดันร่างงบประมาณปี 2025  ซึ่งมีเนื้อหาตัดลดงบประมาณลง 40,000 ล้านยูโร  และขึ้นภาษี 20,000 ล้านยูโร  เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณ  โดยบาร์นิเยร์ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 49.3 ของรัฐธรรมนูญ  เพื่อลัดขั้นตอนผ่านร่างงบประมาณโดยไม่ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา  ซึ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายค้าน

ฝ่ายค้านมองว่า  มาตรการของบาร์นิเยร์  ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ  และยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน  โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย  มารีน เลอ แปน  ผู้นำแนวร่วมการเมืองขวาจัด  วิจารณ์ว่า  บาร์นิเยร์เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของพรรคเธอ  และประณามร่างงบประมาณฉบับนี้ว่า  เป็นการ "จับประชาชนฝรั่งเศสเป็นตัวประกัน"

การลงมติไม่ไว้วางใจในครั้งนี้  ส่งผลให้ประธานาธิบดีมาครง  ต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่  และแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่  ภายในระยะเวลาอันสั้น  ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความร้อนแรง