ความคืบหน้านายอภิวัฒน์ พะพันทาง หรือโจ้ อายุ 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม คนงานก่อสร้างทางยกระดับโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ประสบอุบัติเหตุคานเหล็ก ทรัส หรือโครงถักถล่มลงมาในช่วงระหว่างการก่อสร้าง บริเวณถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก กทม. หน้าโชว์รูมสยามนิสสันสมุทรสาคร สาขามหาชัยเมืองใหม่ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นเหตุให้มีคนงานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวม 6 คน บาดเจ็บ 9 คน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น.เช้าตรู่ของวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดยนายโจ้ทำงานกะกลางคืนและเหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะเลิกงาน แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คานเหล็กได้ทรุดตัวลงมา ทำให้ร่างนายโจ้ที่ยืนอยู่ด้านบน ลอยละลิ่วศีรษะโหม่งพื้นเสียชีวิตคาที่ กลางถนนสายมรณะดังกล่าว และในวันเดียวกันหลังจากแพทย์ชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการแล้ว ได้มอบศพนายโจ้ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.นครพนม
ส่วนบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 9 ต.วังตามัว อ.เมืองนครพนม เป็นไปอย่างโศกเศร้า นายสำเริง พะพันทาง อายุ 48 ปี และนางกันนิกา ทุมทอง หรือหรั่ง อายุ 48 ปี พ่อแม่ของนายโจ้ผู้ตาย ได้ปัดกวาดจัดเก็บสิ่งของเพื่อเตรียมรอรับศพลูกชาย โดยมีญาติและเพื่อนบ้านมาให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ตั้งแต่เช้าจรดค่ำท่ามกลางอากาศหนาวเย็น มีอุณหภูมิ 16 องศาเซลเซียล จึงต้องก่อไฟผิงคลายหนาว
กระทั่งเวลาเที่ยงคืนเศษ (24.00 น.) ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 รถตู้ได้นำร่างไร้วิญญาณของนายโจ้ ผู้เคราะห์ร้ายมาถึงบ้าน โดยพ่อแม่นายสำเริง และ นางกันนิกา รวมถึงญาติพี่น้อง ได้ประกอบพิธีรับศพตามประเพณี มีภาพสะเทือนใจนางกันนิกา ร่ำไห้สะอึกสะอื้นตลอดเวลา เมื่อเห็นโลงศพของลูกชาย จากนั้นก็ย้ายโลงศพไปวางไว้ในบ้าน นายสำเริงผู้เป็นพ่อพยายามกลั้นน้ำตาไว้ จุดธูปหน้าโลงศพด้วยมือสั่นเทา พร้อมบอกลูกชายว่า "ถึงบ้านเราแล้วนะลูก"
นอกจากนี้ภาพสะเทือนใจที่สุด คือยังมีลูกชายทั้ง 3 คน ของนายโจ้ผู้ตาย คนแรกอายุ 14 ปี คนที่สองอายุ 13 ปี และคนที่สามอายุ 9 ปี นั่งร่ำไห้รอรับศพพ่อและจุดธูปไว้ศพพ่อด้วยความเสียใจ ส่วนน้องข้าวฟ่างลูกสาวคนสุดท้องอายุแค่ 3 ขวบ นอนหลับอยู่ในที่นอน โดยยังไม่รู้ว่าพ่อเสียชีวิต ทั้งนี้ ทางครอบครัววอนผู้เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ ตามความเหมาะสม ห่วงที่สุดคือ ทุนการศึกษา อนาคตของลูกผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน เพราะผู้ตายเป็นเสาหลักของครอบครัว ปกติจะทำงานรับจ้างหารายได้มาส่งเสียดูแลลูกและครอบครัว แต่พอขาดเสาหลักกระทบความเป็นอยู่แน่นอน
ทั้งนี้ ในการเยียวยาเบื้องต้นของผู้เสียชีวิตจากคานเหล็กถล่มครั้งนี้ค่าทำศพสำหรับคนงานชาวไทยรายละ 50,000 บาท เงินทดแทนรายละ 792,792 บาท และเงินบำเหน็จไม่รวมดอกผล ส่วนผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวเมียนมา 2 รายได้เงินเยียวยาเหมือนคนไทย ยกเว้นเงินบำเหน็จเพียงอย่างเดียว




