รัฐบาลเร่งช่วยเหลือน้ำท่วมใต้ "อนุทิน" ลงพื้นที่วันนี้ ย้ำความปลอดภัยประชาชนสำคัญที่สุด

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.)  เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า  รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ  โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ได้สั่งการให้รัฐมนตรีลงพื้นที่บัญชาการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม  ได้ลงพื้นที่ภาคใต้แล้วตั้งแต่วานนี้  และวันนี้ (29 พ.ย. 67) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจประชาชน  โดยนายกรัฐมนตรีฝากย้ำให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นหลัก  ส่วนความเสียหายด้านทรัพย์สิน  รัฐบาลจะเข้าไปดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นายภูมิธรรม  กล่าวว่า  ได้รับรายงานว่า  ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ได้มีการปักธงแดงเตือนภัยน้ำท่วมใน 13 ชุมชน  และจากการสอบถามศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)  พบว่าอาหารดิบเริ่มขาดแคลน  เนื่องจากเส้นทางขนส่งถูกตัดขาด  ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งแก้ไขปัญหา  โดย ศอ.บต. จะเร่งนำส่งอาหารเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม

นอกจากนี้  การลำเลียงคนออกจากพื้นที่ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก  เนื่องจากประชาชนบางส่วนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ  ยังคงเป็นห่วงบ้านเรือน  จึงได้ประสานหน่วยงานทหารและภาคเอกชน  จัดหาเรือท้องแบนเกือบ 50 ลำ  เพื่ออพยพประชาชนกลุ่มเสี่ยง  เช่น เด็ก ผู้ป่วย  และผู้สูงอายุ  รวมถึงขนส่งสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือ  โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  จะส่งเรือเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกประมาณ 100 ลำ

รมว.กลาโหม  ยืนยันว่า  กองทัพมีความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย  โดยมีแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจน  และวานนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4  ทำงานร่วมกับจิตอาสาพระราชทาน  เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่  อย่างไรก็ตาม  สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ยังไม่น่ากังวลเรื่องดินโคลนถล่ม  เหมือนกับที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ  แต่ต้องมีการประสานงานและดูแลสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างใกล้ชิด

นายภูมิธรรม  คาดการณ์ว่า  ฝนจะตกหนักในพื้นที่อีก 2-3 วัน  หากไม่มีฝนตกเพิ่ม  สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลาย  โดยหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร  จะมีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน  พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เร่งประเมินความเสียหาย  เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว  และตรงกับความต้องการของประชาชน