นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เลือกนายสก็อตต์ เบสเซนต์ นักลงทุนเฮดจ์ฟันด์ผู้มีชื่อเสียงและผู้ก่อตั้ง Key Square Capital Management ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
หากได้รับการยืนยันจากวุฒิสภา เบสเซนต์จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รวมถึงการจัดการหนี้สาธารณะและการกำกับดูแลสถาบันการเงิน

เบสเซนต์ วัย 62 ปี มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเงิน เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนที่ Soros Fund Management และก่อตั้ง Key Square Capital Management เขาเป็นผู้สนับสนุนหลักของนโยบาย "America First" ของทรัมป์ และมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ 

การเลือกเบสเซนต์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสะท้อนถึงความตั้งใจของทรัมป์ในการปฏิรูปนโยบายการค้าและเศรษฐกิจ เบสเซนต์ได้เสนอแผนเศรษฐกิจ "3-3-3" ซึ่งประกอบด้วยการลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3% ของ GDP ภายในปี 2028 การกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ถึง 3% ผ่านการลดกฎระเบียบ และการเพิ่มการผลิตน้ำมันอีก 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน 

อย่างไรก็ตาม การเสนอชื่อเบสเซนต์ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากบางฝ่ายที่กังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีตของเขากับจอร์จ โซรอส และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนภาษีศุลกากรของทรัมป์ แม้จะมีความกังวลเหล่านี้ เบสเซนต์ได้ปกป้องนโยบายภาษีศุลกากร โดยระบุว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเจรจาต่อรองและบรรลุวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ 

การเสนอชื่อเบสเซนต์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นสัญญาณสำคัญถึงทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ในสมัยที่สอง ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิรูปการค้าและการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ