รู้หรือไม่ว่าอาการ “บ้านหมุน” (Vertigo) ที่ทำให้รู้สึกว่ารอบตัวหมุนหรือโคลงเคลง อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายที่ไม่ควรชะล่าใจ อาการนี้ทำให้รู้สึกมึนงงและมีปัญหาในการทรงตัว บางคนถึงกับมีอาการหน้ามืดเมื่อลุกยืนหรือเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อการหกล้มและอุบัติเหตุได้เลย

อาการบ้านหมุนเกิดจากอะไรได้บ้าง?
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติในหูชั้นในและปัจจัยอื่น ๆ:
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease): ทำให้มีอาการบ้านหมุนบ่อย ๆ ร่วมกับอาการหูอื้อและสูญเสียการได้ยินชั่วคราว  
โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV): เกิดจากหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนที่ ทำให้เกิดอาการบ้านหมุนเมื่อลุก ก้ม หรือเปลี่ยนท่าทางเร็ว ๆ  
เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ (VBI): ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจน ทำให้เกิดอาการบ้านหมุน  
ปัญหาอื่นๆ เช่น ระบบไหลเวียนเลือด ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดต่ำ ไมเกรน และโรคทางจิตเวช  
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนัก เครียด เมารถ เมาเรือ หรือฤทธิ์ข้างเคียงของยาบางชนิด  

เมื่อมีอาการบ้านหมุน ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?  
- อย่าฝืนเดินต่อ หยุดพักทันที หาที่ปลอดภัยนั่งหรือนอน  
- ขยับตัวอย่างช้า ๆ โดยให้อยู่ในท่าตัวตรง นั่งหรือหากจำเป็นให้นอนราบ  
- พยายามมองจุดใดจุดหนึ่งนิ่ง ๆ  
- หลีกเลี่ยงการหัน ก้ม เงยหน้าเร็ว ๆ  
- ลดอาหารเค็ม งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีน  

แม้อาการจะบรรเทาได้เบื้องต้น แต่อาจกลับมาอีกได้ หากคุณมีอาการรุนแรงหรืออาการอื่นร่วม เช่น พูดไม่ชัด แขนหรือขาอ่อนแรง ชา หรือกลืนลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ เพื่อป้องกันและรักษาอาการอย่างเหมาะสม