หวั่นสัญญาณสูญพันธุ์  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเผย พะยูนเกยตื้นอันดามัน 8 ตัวในเดือนตุลาคม เร่งสำรวจประชากรและแหล่งหญ้าทะเล หวั่นกระทบต่อการอนุรักษ์

วันที่ 25 ตุลาคม 2567  นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.)  เปิดเผยถึงสถานการณ์พะยูนเกยตื้นในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน  ประจำเดือนตุลาคม 2567  ว่า  ตั้งแต่วันที่ 1 – 24 ตุลาคม 2567  มีพะยูนเกยตื้นแล้วทั้งสิ้น 8 ตัว โดยพบ พะยูนเกยตื้นมีชีวิต 1 ตัว พบในพื้นที่จังหวัดตรัง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา , พบซากพะยูนเกยตื้น 7 ตัว เป็นซากสด 1 ตัว และซากเน่า 6 ตัว ในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

จากการชันสูตรของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  พบว่า เป็นพะยูนเพศผู้ 4 ตัว และเพศเมีย 4 ตัว ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่น 5 ตัว และตัวโตเต็มวัย 3 ตัว , สาเหตุการตายส่วนใหญ่ เกิดจากอาการป่วย 3 ตัว และสงสัยว่าเกิดจากการติดเครื่องมือประมง 1 ตัว เนื่องจากพบรอยเชือกรัดบริเวณลำตัว , พะยูนที่เกยตื้นจากอาการป่วย มีร่างกายผอม ไม่พบอาหารในทางเดินอาหาร หรือพบเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจเกิดจากสภาวะการเสื่อมโทรมของหญ้าทะเลในแหล่งอาศัย

นายปิ่นสักก์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.)  ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว  และมอบหมายให้กรม ทช. เร่งดำเนินการ ส่งทีมวิชาการ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เฝ้าระวัง และสำรวจประชากรพะยูน รวมถึงแหล่งหญ้าทะเล ตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อติดตามข้อมูล และประเมินผลกระทบ ,ให้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจ เพื่อเก็บข้อมูล และกำหนดแนวทางการอนุรักษ์พะยูน , จัดทำแผนการสำรวจในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังการเกยตื้นในอนาคต , จัดทำแผนการตั้งรับ และดูแลพะยูนเกยตื้นมีชีวิต
ลงพื้นที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับการป้องกัน และการดูแลพะยูนเบื้องต้น แก่ชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตพะยูน และวางมาตรการดูแลพะยูน รวมถึงพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล ต่อไป

ทั้งนี้  กรม ทช.  ได้ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเล  และชุมชนชายฝั่ง  ในการเฝ้าระวัง  และช่วยเหลือพะยูน  พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์  และสร้างความรู้ความเข้าใจ  เกี่ยวกับการอนุรักษ์พะยูน  และแหล่งหญ้าทะเล  ให้แก่ประชาชนในวงกว้าง  เพื่อร่วมกันอนุรักษ์พะยูน  ซึ่งเป็นสัตว์สงวน  และทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศต่อไป