ทบ. ปิดฉากภารกิจฟื้นฟูแม่สาย! นำดินโคลนออกจากบ้านหลังสุดท้าย ล้างถนนสะอาดหมดจด เตรียมส่งมอบคืนพื้นที่ 28 ต.ค. นี้

หลังระดมกำลังพลกว่า 825 นาย รถ 76 คัน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 6,000 ครัวเรือน นานกว่า 41 วัน  กองทัพบก (ทบ.) ประกาศความสำเร็จภารกิจฟื้นฟูอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย  นำดินโคลนออกจากบ้านเรือนประชาชนได้ 100% พร้อมล้างทำความสะอาดถนน  เตรียมส่งมอบพื้นที่คืน 28 ต.ค. นี้

อาจเป็นรูปภาพของ 6 คน

จากสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา  ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 6,000 ครัวเรือน  นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ณ ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าจังหวัดเชียงราย  โดยมีแผนการฟื้นฟูในช่วงแรก ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2567  โดยมีเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 ตุลาคม 2567

อาจเป็นรูปภาพของ 6 คน

ล่าสุด  กองทัพบกได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟู  โดยสามารถนำดินโคลนออกจากบ้านเรือนประชาชนได้ 100% แล้ว  และอยู่ระหว่างดำเนินการล้างทำความสะอาดถนน  ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์  และสามารถส่งมอบพื้นที่คืนได้ในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 นี้

อาจเป็นรูปภาพของ 7 คน

ความสำเร็จในการฟื้นฟูอำเภอแม่สายครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย  ได้แก่  ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก, กองทัพภาคที่ 3, มณฑลทหารบกที่ 37,  หน่วยทหารช่าง,  และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  โดยมีการระดมกำลังพลกว่า 825 นาย  รถ 76 คัน  รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ  เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง

อาจเป็นรูปภาพของ 3 คน

ภารกิจหลักในการฟื้นฟูอำเภอแม่สาย ประกอบด้วย
- การซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ จำนวน 7 จุด ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์, ตลาดสายลมจอย, ชุมชนเกาะทราย ซอย 12 และ 14, สวนสาธารณะไม้ลุงขน, ท่าเจ้ดาว, และวัดเกาะทรายดำ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100%
- การป้องกันภัยพิบัติซ้ำ โดยการวางแนวป้องกันบิ๊กแบ็ค และอุดจุดรอยรั่วบริเวณอาคารพาณิชย์และบ้านเรือนตลอดแนวลำน้ำ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ 100% เช่นกัน
- การฟื้นฟูและคืนสภาพ โดยการกำจัดดินโคลนเปิดเส้นทางถนนสายหลัก, ถนนซอยสายรอง, และพื้นที่สาธารณะต่างๆ รวมถึงการกู้คืนสภาพบ้านพักอาศัย ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ 100%

อาจเป็นรูปภาพของ 8 คน

กองทัพบกยืนยันความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในทุกพื้นที่  โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ  เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว