ร่างกายของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีลักษณะเฉพาะตั้งแต่วัยเด็กเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ วัยผู้ใหญ่ และวัยหมดประจำเดือน 

ซึ่งบางครั้งความเปลี่ยนแปลงในร่างกายอาจทำให้เกิดความผิดปกติและนำมาซึ่งโรคต่าง ๆ และมักไม่มีสัญญานเตือน และแสดงอาการเมื่อถึงขั้นรุนแรงซึ่งสามารถเป็นได้ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ไปจนถึงวัยสูงอายุเลยก็ว่าได้

ดังนั้นสิ่งที่คุณผู้หญิงควรทำคือหมั่นตรวจสุขภาพและเช็คโรคเกี่ยวกับสูตินรีเวช แล้วทำความเข้าใจว่าโรคที่มักตรวจพบในผู้หญิงได้มากที่สุดคืออะไร เพื่อคอยหมั่นสังเกตุร่างกายตัวเอง 

1. เนื้องอกมดลูก

สำหรับโรคยอดฮิตโรคที่ 1 ก็คือ เนื้องอกมดลูก เป็นโรคทางนรีเวชที่พบได้บ่อยประมาณร้อยละ 25 ในผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป และพบได้มากถึง 1 ใน 3 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อาจพบที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในตัวมดลูก มีขนาดต่างกันไป บางชนิดโตช้า บางชนิดโตเร็ว อาจจะมีก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้และเนื้องอกมักจะฝ่อตัวเล็กลงหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน 

แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือผู้หญิงหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ เนื่องจากเนื้องอกมดลูกจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ที่เป็นสัญญานเตือนบ่งบอกชัดเจน หลาย ๆ ท่านทราบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปีหรือมาปรึกษาหมอด้วยโรคอื่น ๆ

ลักษณะอาการ

อาการของโรคขึ้นอยู่กับขนาดของเนื้องอก และตำแหน่งของอวัยวะใกล้เคียงที่มดลูกโตไปกดเบียด ได้แก่

- มีอาการปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือนรุนแรง

- ในช่วงที่มีประจำเดือนจะมีเลือดออกมากผิดปกติ

- ปัสสาวะบ่อย

- มีอาการท้องผูก

- การมีบุตรยากหรือแท้งบุตรง่าย

- อาจคลำพบก้อนที่ท้องได้ด้วยตนเอง


 

2.เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือ ช็อกโกแลตซีสต์

      ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ โรคทางนรีเวชที่เกิดจากเยื่อบุผนังมดลูกเจริญเติบโตภายนอกมดลูก จนเกิดการสะสมและฝังตัวอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ภายในช่องท้อง ตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่ รังไข่ ท่อนำไข่

ซึ่งช็อกโกแลตซีสต์ ไม่เพียงเกิดขึ้นแค่แค่ในบริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ เนื้อเยื่อที่ยึดมดลูก หรือรอบ ๆ มดลูกเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสเกิดขึ้นที่บริเวณลำไส้ตรง กระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก และช่องคลอดได้เช่นกัน หรือแม้แต่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่พบได้น้อย เช่น ผิวหนัง ปอด สมอง เป็นต้น

ลักษณะอาการ 

-ช่องคลอดมีเลือดออกผิดปกติ 

-มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ซึ่งอาการปวดมักจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

3.โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis)

โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis) เป็นโรคทางนรีเวชที่เกิดจากการลดลงของแบคทีเรียชนิดแลคโตบาซิไล (Latobacilli) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคในช่องคลอด ทำให้แบคทีเรียก่อโรคมีจำนวนเพิ่มขึ้น จนเกิดการอักเสบของช่องคลอด 

สามารถเกิดได้กับสตรีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โรคนั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด 

ลักษณะอาการ

- ตกขาวจะมีสีขาวเนียนปนสีเทาอ่อน 

- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นอับคล้ายกลิ่นคาวปลาเค็ม กลิ่นมักจะรุนแรงหลังการร่วมเพศหรือหลังหมดระดูใหม่ ๆ ซึ่งระดับความรุนแรงของกลิ่นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

- ระคายเคืองบริเวณช่องคลอด

- รู้สึกว่ามีอาการแสบร้อนในขณะปัสสาวะ

 - ใช้ยารักษาช่องคลอดติดเชื้อรา แต่รักษาไม่หาย

ทั้งหมดนี้คือโรคทางนรีเวชยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงซึ่งส่วนใหญ่มักมีสาเหตุที่ไม่แน่ชัด หลายคนจะรู้ตัวก็ต่อเมื่ออยู่ในระยะที่มีอาการรุนแรงไปแล้ว เพราะฉะนั้นคุณผู้หญิงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นสำรวจตัวเองเพื่อเป็นการตรวจเช็คความผิดปกติของร่างกาย


 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.intouchmedicare.com

https://www.nakornthon.com

https://www.phyathai.com/th/article/1857-%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81_%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8_