วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
5 มี.ค. 2569 15:26 | 678 view
@pracha
สันติสั่งคุมเข้ม "สินค้า-บริการ" รับมือสงคราม สคบ. เคราะห์ 6 มาตรการด่วน สกัดพวกฉวยโอกาส
วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นาย สันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง กําหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
ภายหลังการประชุม นายสันติ แถลงว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเร่งปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครอง
ผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยที่สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคภายในประเทศ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจึงได้มีการประชุมเร่งด่วนเพื่อกําหนดมาตรการเชิงรุกดูแลผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว

นายสันติ กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบหรือการฉวยโอกาสในภาวะวิกฤต คณะกรรมการฯย้ําชัดว่าการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ทั้งสิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สิทธิในความปลอดภัย และสิทธิในการได้รับการชดเชยความเสียหาย จะต้องได้รับการดูแล ในมิติการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน
กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่กํากับดูแลราคาสินค้าและบริการ ป้องกันการขึ้นราคาไม่เป็นธรรม ขณะที่สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และกรมการท่องเที่ยว รับผิดชอบกํากับดูแลการให้บริการสายการบินและบริการท่องเที่ยว กรณีเกิดการยกเลิกเที่ยวบินหรือแพ็กเกจทัวร์ แต่หากเกิดกรณีผู้บริโภคได้รับความเสียหายและมีการเรียกร้องค่าเสียหาย สคบ.จะใช้อํานาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดําเนินการไกล่เกลี่ย ยุติเรื่อง หรือฟ้องร้องและบังคับคดี ตามกฎหมายแทนผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม
นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เคาะ 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน ดังนี้
1. สคบ. เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วนจํานวน 10 คู่สาย
2. เข้มงวดในการกํากับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจําวัน โดยเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ บูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นําไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชนในฐานะผู้บริโภค ที่ทําให้เกิดความตื่นตระหนก การกักตุนสินค้า หรือการซื้อสินค้าในราคาที่แพงในภาวะจํายอม ซึ่งถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ตลอดจนเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่มีความจําเป็นในชีวิตประจําวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงิน ซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไป เช่น ค่าไฟฟ้าอัตราสูงสุดไม่เกิน 4.88 บาท ต่อหน่วยการใช้
3. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชําระเงินทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด โดยที่ปัจจุบันมีร้านค้าเริ่มปฎิเสธรับเงินสด ซึ่งกระทบต่อผู้บริโภคบางรายและบางกรณี เช่น หากเกิดภาวะการณ์สัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้องหรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า

4. สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platformที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เท่านั้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคํา และบริการการลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและเป็นธรรม ในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ขายสินค้าและบริการกับผู้บริโภค
5. การกํากับดูแลการจําหน่ายทองคํา โดย สคบ. เข้มงวดควบคุมการจําหน่ายทองคําอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย ได้แก่ การควบคุมด้านฉลากทองคํารูปพรรณ และกรมการค้าภายใน บังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ เพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

6. ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้าน ราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์
ที่ปลอดภัย
นายสันติ กล่าวด้วยว่า สําหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน คือ การบูรณาการเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจําจังหวัด ศูนย์ดํารงธรรมเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร รวมถึงสํานักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยหน่วยงาน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จะบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคโดยให้พิจารณาตามความเหมาะสม
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 10:01 19 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:48 14 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:43 21 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:37 23 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:32 42 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:31 35 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:28 42 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:27 53 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:22 50 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:19 40 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:17 63 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 18:42 505 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:21 116 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:18 138 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:16 153 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:12 113 views