วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
27 ก.พ. 2569 11:22 | 792 view
@pracha
เปิด 6 ชื่อเซ่นปมถ่ายภาพ ถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง กกต.จัดหนักแจ้งดําเนินคดีฐานขัดขวางเลือกตั้ง-อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น นําเข้าข้อมูลเท็จ "ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ" ไม่รอด
ผู้สื่อข่าวจากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการฯกกต.เข้าแจ้งความกองปราบปราบให้ดําเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสQR code บาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้งทั้งแบบบางเขนและเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น
มีรายงานบุคคลที่กกต.แจ้งความให้มีการดําเนินคดีนั้นมีจํานวน 6 รายประกอบไปด้วย 1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อํานวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของDomecloudผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain 3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจM.I.B Marketing In Black. 4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง 5.นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน 6.ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar
โดยให้ดําเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์มาตรา14

ทั้งนี้ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรงโดยตามมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.2560 กําหนดว่า "ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้นได้กระทําโดยใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายหรือเพื่อให้การเลือกตั้งและเป็นได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้กระทําต้องระวังโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทรวมทั้งจําทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กําหนดว่า ผู้ใดกระทําการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กําลังความรุนแรง หรือกระทําการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทําอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 7ปี
ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น "อั้งยี่" บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดําเนินการและมุ่งหมายทําผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจําคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000
มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนําข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทํานั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:49 41 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:35 54 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:18 60 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:03 51 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:40 72 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:23 103 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:11 100 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:09 118 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:05 110 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 10:01 135 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:48 93 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:43 107 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:37 99 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:32 135 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:31 77 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:28 80 views