วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
27 ก.พ. 2569 09:31 | 687 view
@pracha
นายกฯเป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ประดิษฐานชั่วคราว ณ ทําเนียบรัฐบาล ก่อนนําไปประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราชท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธา สะท้อนสายสัมพันธ์พระพุทธศาสนาไทย–ศรีลังกาอย่างแน่นแฟ้น
26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เข้าร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว
โดยมีคณะรัฐมนตรี ได้แก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

พร้อมด้วย นางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห (H.E. Mrs. Edirisinghe Arachchilage Sriyani Wijayanthi Edirisinghe) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจําประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทําเนียบรัฐบาล และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีประมาณ 200 คน โดยบรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติและเลื่อมใสศรัทธา
ในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุฯ นายกรัฐมนตรีได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานบนบุษบก ณ บริเวณพิธี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้อัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์ แห่งเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา หลังจากนั้น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานสงฆ์ฝ่ายไทย และพระมหาเถระ พัลเลคามะ เหมรัตน นายากา เถโร ประธานสงฆ์ฝ่ายศรีลังกา ซึ่งเป็นผู้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากศรีลังกา ได้วางพวงมาลัยดอกไม้สดบูชาพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นนายกรัฐมนตรีวางพวงมาลัยดอกไม้สดและจุดเครื่องทองน้อยบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมถวายธูปเทียนแพ (เปิดกรวยกระทงดอกไม้) หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายธูปเทียนแพสักการะประธานสงฆ์ฝ่ายไทยและฝ่ายศรีลังกา
โอกาสนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกราบสักการะและน้อมถวายเป็นพุทธบูชา โดยพิธีฯ ในวันนี้นับเป็นมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนสายธารศรัทธาในพุทธศาสนาลังกาวงศ์ ซึ่งสืบทอดยาวนานกว่า 8 ศตวรรษ อีกทั้งเป็นประจักษ์พยานแห่งความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับศรีลังกา

นอกจากนี้ ยังเป็นหมุดหมายสําคัญสู่การประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และเชื่อมโยงกับการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจแก่ประเทศและพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ควบคู่กับการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระมาปลูกในโอกาสสําคัญ สะท้อนคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และความร่วมมืออันยั่งยืนระหว่างสองประเทศ
หลังจากนั้น ประธานสงฆ์ฝ่ายศรีลังกาและพระสงฆ์ศรีลังกาเจริญมงคลคาถา ให้พร กล่าวคําบูชาพระบรมสารีริกธาตุ สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และกล่าวคําอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะได้ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์จํานวน 7 รูป และกรวดน้ําและกราบลาประธานสงฆ์ทั้งสองฝ่าย ก่อนถ่ายภาพร่วมกับแขกผู้มีเกียรติ

ทั้งนี้ พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาในครั้งประวัติศาสตร์นี้ นับเป็นองค์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างเคารพสักการะ เชื่อกันว่าเป็นพระบรมธาตุที่ได้รับการสืบทอดและอารักขาอย่างสมบูรณ์จากวัดยาธิลากาลา ราชวรมหาวิหาร วัดโบราณของศรีลังกา ซึ่งเป็นสถานที่พํานักของสมเด็จพระสังฆราชรูปแรกในสายอัสกิริยา นิกายสยามอุบาลีวงศ์
พระบรมสารีริกธาตุ 2 องค์ที่อัญเชิญมาครั้งนี้ มีลักษณะพิเศษอันหายาก คือมีสี 3 สี ได้แก่ สีทองคํา (ทองอุไร) สีเงินสว่างใส และสีงาช้าง อันเปี่ยมด้วยความงดงามและความเป็นสิริมงคล ซึ่งไม่ค่อยปรากฏว่าจะพบทั้งสามสีในองค์พระบรมสารีริกธาตุ และตรงตามรูปพรรณสัณฐานของพระบรมสารีริกธาตุจากมหาปรินิพพานสูตร
โดยพระบรมสารีริกธาตุได้ประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ทําเนียบรัฐบาล จนถึงเวลา 17.00 น. ก่อนที่จะถูกอัญเชิญไปยังวัดพระเชตุพนฯ และในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 พระบรมสารีริกธาตุจะถูกอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1,250 ปี พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และวันมาฆบูชา พร้อมมีการจัดงานมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจะมีพิธีถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 11,250 รูป และขบวนแห่ผ้าพระบรมธาตุอันศักดิ์สิทธิ์

ในโอกาสนี้ ยังมีการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่เติบโตมาจากหน่อพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา ปัจจุบันมีอายุกว่า 2,333 ปี โดยจะนํามาปลูก ณ วัดพระมหาธาตุฯ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 800 ปีแห่งสายธารพุทธลังกาวงศ์สู่เมืองนครศรีธรรมราช อันเป็นรากฐานสําคัญของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินไทย เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนาที่สําคัญ แต่ยังเป็นหมุดหมายสําคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยและศรีลังกา ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งพระพุทธศาสนาและมรดกทางจิตวิญญาณร่วมกันของทั้งสองชาติ
รัฐบาลขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 800 ปีแห่งพุทธลังกาวงศ์สู่เมืองนครศรีธรรมราช ที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเผยแพร่พุทธศาสนาลังกาวงศ์บนแผ่นดินไทย
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:49 41 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:35 55 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:18 63 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:03 51 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:40 73 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:23 107 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:11 101 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:09 119 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:05 111 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 10:01 137 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:48 94 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:43 108 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:37 100 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:32 136 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:31 77 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:28 80 views