วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
26 ก.พ. 2569 10:48 | 923 view
@pracha
นักวิชาการอิสระ ยกสีหศักดิ์ "การทูตชั้นครู วิเทศสัมพันธ์เชิงรุก" โต้เขมรสุภาพแต่เด็ดขาด
26 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว การทูตชั้นครู: วิเทศสัมพันธ์เชิงรุก
สุนทรพจน์ของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในที่ประชุม UNHRC ครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างชั้นครูของการดําเนินวิเทศสัมพันธ์เชิงรุก โดยเฉพาะในการจัดการกับประเด็นขัดแย้งทวิภาคีบนเวทีพหุภาคีระดับโลก เริ่มต้นด้วยการ “สร้างความน่าเชื่อถือ” ก่อนพูดอะไรทั้งนั้น
สิ่งแรกที่ท่านทําคือการย้อนรําลึกถึงบทบาทในอดีตที่เคยดํารงตําแหน่งประธาน UNHRC และมีส่วนร่วมในการปฏิรูปองค์กร ซึ่งฟังดูเหมือนการเกริ่นนําธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดมาก เพราะมันเปลี่ยนภาพลักษณ์ของไทยจาก “ฝ่ายที่ถูกกล่าวหา” ให้กลายเป็น “ผู้อาวุโสในวงการ” ที่เข้าใจกลไกสิทธิมนุษยชนอย่างถ่องแท้ ส่งผลให้ทุกคําพูดหลังจากนั้นมีน้ําหนักมากกว่าการแก้ต่างทางการเมืองทั่วไปอย่างชัดเจน
การดึงประสบการณ์ที่เคยนําการปฏิรูปองค์กรมาใช้นั้น ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก "คู่ขัดแย้ง" ให้กลายเป็น "ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ" ที่มีความเข้าใจในกลไกสิทธิมนุษยชนอย่างถ่องแท้ ทําให้คําพูดหลังจากนั้นมีน้ําหนักมากกว่าเพียงการแก้ต่างทางการเมืองทั่วไป
ตอบโต้กัมพูชาอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด เมื่อถึงจุดที่ต้องรับมือกับการโจมตีจากกัมพูชา ท่านเลือกใช้เทคนิค “การเปลี่ยนกรอบความคิด” แทนการโต้เถียงตรงๆ
ท่านระบุก่อนเลยว่าเรื่องทวิภาคีไม่ควรถูกนํามา “เสียเวลา” ในเวทีนี้ ซึ่งเป็นการตําหนิอีกฝ่ายอย่างมีชั้นเชิงว่าไม่เข้าใจมารยาทสากล จากนั้นจึงยกประวัติศาสตร์ที่ไทยเคยให้ที่พักพิงและช่วยฟื้นฟูกัมพูชาหลังสงครามกลางเมือง ซึ่งไม่ใช่การอวดดี แต่เป็นการ “เตือนสติ” สังคมโลกถึงบทบาทผู้ให้ของไทย และตั้งคําถามถึงความกตัญญูทางการเมืองของอีกฝ่ายโดยไม่จําเป็นต้องพูดตรงๆ แม้แต่น้อย
การย้อนเกล็ดด้วยประวัติศาสตร์ ด้วยการยกเรื่องที่ไทยเคยให้ที่พักพิงและช่วยฟื้นฟูกัมพูชาหลังสงครามกลางเมือง เป็นการเตือนสติสังคมโลกถึงบทบาท "ผู้ให้" ของไทย และตั้งคําถามถึงความกตัญญูทางการเมืองของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องใช้คําหยาบคาย การโยงเรื่องอธิปไตยเข้ากับมนุษยธรรม แทนที่จะแข็งกร้าวฝ่ายเดียวคือฝีมือระดับสูงที่น่าสังเกตมาก
แทนที่จะพูดถึงเรื่องเขตแดนอย่างเดียว (ซึ่งอาจทําให้ดูเอาแต่ผลประโยชน์ตัวเอง) ท่านโยงเรื่องการป้องกันประเทศเข้ากับความปลอดภัยของประชาชนและภัยจากทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นประเด็นที่สมาชิก UNHRC เข้าใจและเห็นใจได้ง่ายกว่าการโต้เถียงเรื่องแผนที่มาก
การประกาศว่าไทยจะปกป้องอธิปไตย โดยท่านใช้คําว่า "Defend our sovereignty... at all cost" ก็ทําหน้าที่ส่งสัญญาณว่าไทยจะไม่ถอยในหลักการ ขณะที่ยังเปิดประตูไว้สําหรับการเจรจาควบคู่กันไป
ไฮไลท์สําคัญ คือดึงประเด็น Scam ขึ้นเวทีโลกได้อย่างแยบยล
นี่คือจุดที่น่าชื่นชมที่สุดของสุนทรพจน์ทั้งหมด ท่านไม่ได้มองปัญหา Online Scam ในฐานะประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติธรรมดา แต่นําเสนอมันในฐานะ วิกฤตสิทธิมนุษยชนระดับโลก ที่ทุกประเทศควรร่วมกันแก้ไข
ยิ่งไปกว่านั้น การระบุว่าเครือข่ายเหล่านี้เติบโตได้เพราะ “ขาดหลักนิติธรรมในประเทศที่ดําเนินการ” คือการส่งแรงกดดันโดยนัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานปฏิบัติการเหล่านี้ โดยใช้กรอบของสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือแทน
การกล่าวหาตรงๆ ซึ่งทําได้สง่างามและปลอดภัยทางการทูตกว่ามาก
สรุป: สุนทรพจน์ที่บรรลุเป้าหมาย 3 ประการในคราวเดียว
1) สุนทรพจน์นี้ไม่ใช่แค่การอ่านถ้อยแถลง แต่คือ Strategic Communication ที่ทําสําเร็จพร้อมกันทั้งการรักษาหน้าตาประเทศโดยไม่ยอมตกเป็นเป้าโจมตีฝ่ายเดียว
2) การชิงความพึงพอใจจากประชาคมโลกด้วยการยกประเด็น Scam ที่ทุกคนกําลังเดือดร้อน
3) การวางสถานะไทยไม่ใช่แค่ผู้ปกป้องตัวเองแต่เป็นผู้เสนอทางออกให้ภูมิภาคด้วย
ในโลกที่การทูตมักดูแห้งแล้งและน่าเบื่อ สุนทรพจน์นี้พิสูจน์ว่าความสุภาพและความเด็ดขาดสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:49 41 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:35 54 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:18 62 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 13:03 51 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:40 72 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:23 104 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:11 100 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:09 118 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 11:05 110 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 10:01 137 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:48 93 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:43 107 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:37 99 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:32 136 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:31 77 views
ข่าว
9 มิ.ย. 2569 09:28 80 views